มาต่อกันที่ความเดิมจากตอนที่แล้ว หมวดอักษร S กันนะครับ

Seifuku = เครื่องแบบนักเรียนที่ดูคล้ายชุดกะลาสีและชุดนักเรียนผสมกัน เริ่มใช้มาตั้งแต่สมัยเมย์จิ(ในช่วง คศ.1868-1912)และกลายมาเป็นชุดนักเรียนที่ใช้กันมากในปัจจุบัน คอปกกะลาสีของนักเรียนชายมีครั้งแรกในปี1879 และนักเรียนหญิงในปี1910 และเป็นเครื่องแบบมาตรฐานของนักเรียนหญิงในปี1930 จนตอนนี้ตัวละครหญิงที่สวมชุดSeifuku ก็พบได้ทั่วไปในอนิเมะและมังงะ

โมเอะซังอยากใส่ทุกอย่าง ลองไปหมด

Seiyuu = นักพากย์ ผู้ให้เสียงกับอนิเมะและอื่นๆซึ่งอยู่คู่กับอุตสาหกรรมอนิเมะมานาน ในการประกาศผลรางวัลนักพากย์ครั้งแรกในปี2007 นักพากย์อย่างเช่น ฮายาชิบาระ เมงุมิ, ฮิราโนะ อายะ, มิตสึอิชิ โคโตโนะ ก็ได้รับรางวัลด้วย

Sekai-kei anime = อนิเมะที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวพันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ความคิดของตัวเอกจะมีผลต่อชะตาของโลกอย่างในเรื่อง Evangelion, ฮารุฮิ, หรือไซคาโนะ

Sentai = กลุ่มของซุปเปอร์ฮีโร่ที่มักจะสวมชุดหลากสี สวมหน้ากากหรือหมวก และต่อสู้กับสัตว์ประหลาด(kaiju) พวกเขามักมีหุ่นยนต์ใช้และมีฝีมือในการต่อสู้ ปกติจะใช้ตัวสีแดงเป็นหัวหน้าหรือผู้นำกลุ่ม ขณะที่สีขาวและชมพูมักจะเป็นตัวละครหญิง และให้สีเหลืองเป็นตัวปล่อยมุขซะมาก ตัวเรื่องจะเน้นไปที่การต่อสู้ของธรรมมะและอธรรม ตัวละครทุกตัวจะมีบทพูดและท่าโพสเฉพาะตัว นอกจากนี้ยังได้รับความนิยมสูงไปจนถึงอเมริกาจนมีการสร้าง Mighty Morphin Power Rangers ในปี 1993-1995 ซึ่งปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่องมาจาก Kyouryuu Sentai Zyuranger ด้วย

Sento bishojo = สาวนักสู้ หรืออาจหมายถึงสาวนักรบหรือทหารสาวได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น เรื่องที่ฮิตมากๆอย่าง Sailor Moon (ออกเป็นมังงะในปี1992-1997 และออกเป็นอนิเมะในปีเดียวกัน)

เกิดทันดูเรื่องนี้กันหรือเปล่า??

Shitsuji cafe = คาเฟ่ของหนุ่มพ่อบ้าน(Butler = หัวหน้าของคนรับใช้ตามคฤหาสน์ ส่วนมากจะเป็นผู้ชายที่สวมสูทและมีภาพลักษณ์เรียบร้อย)ซึ่งถ้าให้เทียบแล้วมันก็คือเมดคาเฟ่สำหรับ fujoshi ที่ภายในร้านจะมีผู้ชาย(จริงๆ)แต่งชุด Butler คอยให้บริการ ผู้ชายเหล่านั้นจะโปรยคำสุภาพสุดๆ(ผู้แต่งใช้คำว่า extremely polite)กับลูกค้า และอาจมีการคุกเข่าเชื้อเชิญและควงแขนหรือจูงมือแบบผู้ดีของยุโรป และจะใช้คำว่า"นายหญิง(ojosama)"กับลูกค้า ตัวคาเฟ่นั้นจะดูหรูหราและราคาแพง แต่ก็ได้รับความนิยมจากผู้หญิงถึงขนาดมีการจองคิวกันเป็นเดือน การบริการจะเป็นไปอย่างดีสุดๆถึงขนาดที่เวลาลูกค้าจะกลับก็ยังมีการไปส่งและกล่าวคำว่า"ม้าของนายหญิงรออยู่ด้านนอกแล้วครับ"อย่างกับเจ้าชายมาส่งเจ้าหญิง ซึ่งคาเฟ่แบบนี้จะต่างกับ Danso cafe ที่จะเป็นผู้หญิงแต่งชุดเป็นผู้ชาย อนึ่ง ผู้ชายที่ทำงานในคาเฟ่แบบนี้ จะเรียกว่า Host ก็ได้เหมือนกัน

Shojo = เด็กสาว จะหมายถึงเด็กสาวในวัยเรียนเป็นหลัก ซึ่งก่อนหน้าศตวรรษที่ 20 ในญี่ปุ่นจะใช้คำว่า shonen ซึ่งหมายถึงเด็กๆ แทนเด็กชายและเด็กหญิง แต่หลังจากนั้นก็ได้มีการเปลี่ยนให้ shonen หมายถึงเด็กชายและ shojo หมายถึงเด็กสาวเพื่อความชัดเจน

โมเอะซังบอกว่า "ฉันก็เป็นตัวละคร Shojo เหมือนกันนะ"

ถ้าคุณน้องเป็น Shonen สิมันจะยุ่งเอา!

Shoko-tan = ชื่อเต็ม นาคางาวะ โชโกะ เกิดปี 1985 ที่โตเกียว เป็น Talent (นางแบบและพิธีกรรายการTV)เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายจากความเป็นโอตาคุของเธอ เธอมักจะเขียนเรื่องต่างๆในบล็อคของเธอจนเป็นที่พูดถึงกันจนติดปากในญี่ปุ่น เธอโพสบล็อคเฉลี่ยวันละ 7 ครั้ง และมากสุด 20 ครั้งต่อวัน ในปี 2008 เธอได้รับการขนานนามว่า"ราชินีคนใหม่แห่งเว็บบล็อค"จากผลสำรวจที่มีคนเข้าชมบล็อคของเธอครบ1พันล้านครั้ง จากบล็อคของเธอที่เปิดมาตั้งแต่ปี2004-ต้นปี2009 รวมระยะเวลา 5 ปี ปัจจุบันเธอทำงานเป็นไอดอลถ่ายแบบ, Talent นักพากย์และนักร้องเพลงอนิเมะ ผลงานที่ดังที่สุดชุดหนึ่งของเธอก็คือ OP theme ของอนิเมะ Gurren Lagann

เดี๋ยวจะมีบทสัมภาษณ์ของเธอด้วยครับ

Sukumizu = คำย่อของ"school mizugi"คือชุดว่ายน้ำของนักเรียนหญิงที่ใช้กับทั้งระดับเด็กประถมจนถึงระดับมัธยมปลาย ที่จะมีรูปแบบเหมือนกันหมดคือเป็นสีฟ้าน้ำทะเลค่อนไปทางสีน้ำเงิน(navy-blue)

โมเอะซังยืนตัวสั่น!

มาต่อกันด้วยหมวดอักษร T กันเลยนะครับ

Tachiyomi = ยืนอ่านหนังสือในร้านขายหนังสือหรือแผงขายหนังสือ เป็นวิธีที่ประหยัดเงินได้มาก สำหรับคนญี่ปุ่นแล้วถือว่าเป็นวิธีฆ่าเวลาที่ดีมากวิธีหนึ่ง

มาต่อกันด้วยบทสัมภาษณ์ของเจ้าของเพลง OP ของกุเรน ลากันน์กันนะครับ

บทสัมภาษณ์ : นาคางาวะ โชโกะ หรือที่แฟนๆเรียกว่าโชโกะตัน (Shoko-Tan) 

ความเกี่ยวข้องกับวงการ : บล็อค(blog)ของเธอเป็นที่รู้จักในวงกว้างว่าเธอภูมิใจ(ผู้แต่งใช้คำว่า loud and proud)ในฐานะโอตาคุที่เป็นอยู่ ปัจจุบันบล็อคของเธอมีผู้อ่านมากที่สุดบล็อคหนึ่งของโลก 

ข้อมูลของเจ้าตัว : เธอเป็น Talent ซึ่งก็คือนางแบบชั้นนำ(มีหน้าตาในสังคมสูง และถ้ามีเชื้อสายชาวต่างชาติก็จะเรียกว่า serebu)และพิธีกรรายการทีวี นอกจากนี้เธอยังมีความฝันว่าอยากเป็นราชินีแห่งเพลงอนิเมะ(Queen of Anime Songs)ด้วย

PG : คุณทำอะไรบ้างในเวลาว่าง?

NS (คำย่อของนาคางาวะ โชโกะ) : ดูอนิเมะ วาดรูป อ่านมังงะ เล่นอินเตอร์เน็ต ร้องเพลงอนิเมะ..ฉันรู้สึกยังกับว่าในหนึ่งวันนั้นมันน้อยไปสำหรับฉัน! ดังนั้นเมื่อฉันกลับจากทำงานฉันก็มักจะทำทั้งหมดนั่นในคราวเดียว อย่างในขณะที่ฉันดูอนิเมะ ฉันก็อาจจะเล่นเกมส์ หรือเล่นอินเตอร์เน็ต หรือวาดรูปไปพร้อมๆกัน

PG : คุณมีความสนใจในเรื่องตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไร?

NS : ตั้งแต่ฉันยังเด็ก ฉันก็ชอบวาดรูปเป็นประจำ และพ่อแม่ของฉันก็ซื้อมังงะและของอื่นๆมาให้เสมอๆ ฉันก็เลยอยากเป็นนักวาดมังงะ(mangaka) ในสมัยเรียนฉันก็เลยชอบอนิเมะ เกมส์ และมังงะเหมือนเด็กทั่วๆไป และเมื่อฉันอยู่ระดับมัธยมก็เลยมีคนเรียกฉันว่าโอตาคุมาตั้งแต่ตอนนั้น จนตอนนี้ฉันก็ยังชอบเรื่องตอนนั้นอยู่

PG : ผลงานที่คุณชอบที่สุดคืออะไร?

NS : ฉันชอบไฟนอลแฟนตาซี 7 มันทำให้ฉันตื่นเต้นอย่างมากตั้งแต่มันวางขายเลย เกมมันเหมือนจริงมาก โดยเฉพาะบอสคาแรคเตอร์ ท่านเซฟิรอธ(ผู้แต่งใช้คำว่า Sephiroth-sama จริงๆนะ) ฉันชอบเขามากเลย!(ชอบเพราะหล่ออ่ะดิ!) ฉันเก็บภาพมูฟวี่ที่เขาปรากฏตัวไว้ทั้งหมดและตามเก็บสินค้าทุกอย่างที่เกี่ยวกับเซฟิรอธ มันรู้สึกสุดๆไปเลย อย่างกับว่าการมีอยู่ของเขามีส่วนสำคัญกับชีวิตของฉันอย่างใหญ่หลวง และสำหรับอนิเมะ ก็มีหลายเรื่องที่ฉันชอบ! แต่ฉันชอบเซเลอร์มูนที่สุด(ดูรูปเธอก็น่าจะรู้) เพราะมันฉายในTVตั้งแต่ฉันยังเด็ก เลยทำให้ฉันชอบวาดรูปมาตั้งแต่ตอนนั้น จะให้เรียกว่ายังไงดีนะ.. มันPerfectสำหรับฉันก็น่าจะได้ละมั้ง? ทุกๆซิงเกิ้ลที่ออกมานั้นก็ทำได้น่ารักมากและฉันก็ได้ซื้อและเก็บสะสมมันไว้ในที่ๆเดียวกัน ตั้งแต่ฉันยังเด็กมาจนถึงตอนนี้ไม่มีวันไหนที่ฉันไม่คิดถึงเซเลอร์มูนเลย

PG : คุณเป็นโอตาคุหรือเปล่า?

NS : ฉันเคยคิดว่าคนอย่างฉันน่าจะ"อ่อน(ผู้แต่งใช้คำว่า soft)"เกินไปในฐานะโอตาคุ หรืออาจจะยังไม่ผ่านเกณฑ์ก็ได้ "โอตาคุ"นั้นมีหลายประเภทจะเป็นอนิเมะโอตาคุหรือไอดอลโอตาคุก็ล้วนต่างกัน อาจจะมีบางคนชอบฟิกเกอร์และอาจจะมีบางคนไม่ชอบก็ได้ ฉันคิดว่าพื้นฐานแล้วคำนี้น่าจะหมายถึงคนที่ทำทุกอย่างเพื่องานอดิเรกที่เขาชอบ ฉันรู้สึกดีใจมากเวลาที่มีคนพูดถึงฉัน และฉันคงต้องพยายามให้หนักขึ้นเพื่อที่จะเป็นโอตาคุให้มากกว่านี้ เมื่อก่อนฉันก็เสียใจเหมือนกันนะที่ถูกเรียกว่าโอตาคุ แต่ตอนนี้ตรงกันข้าม ฉันสนุกกับชีวิตโอตาคุมากเลย ในที่สุดฉันก็ได้เข้าใจ ทุกๆคนก็เป็นโอตาคุเหมือนกัน

PG : แล้วจากโอตาคุ คุณมาเป็น Talent ได้อย่างไร?

NS : เวลาที่ฉันอยู่ในห้อง ฉันจะดูอนิเมะ เล่นเกมส์ และอ่านมังงะตลอดเวลา จนเวลาที่ได้ออกไปร้องเพลงต่อหน้าผู้คนนั้นมันก็ให้ความรู้สึกที่เหลือเชื่อมาก! ฉันเข้ามาอยู่ตรงนี้เพราะฉันอยากเป็น Sentai hero ฉันจะเป็น Pink Ranger ใน Power Rangers ฉันอยากเป็นเหมือนเธอถึงขนาดที่ยอมไปไดเอต และสะสมใบโฆษณาชุดว่ายน้ำ, ภาพนางแบบปกนิตยสาร และบอกกับตัวเองว่า"ฉันอยากเป็นแบบนี้ๆ" ตอนที่ฉันเป็นไอดอลครั้งแรกฉันก็ไม่ได้แสดงตัวมากนัก แต่แล้วฉันก็คิดว่า"แล้วทำไมต้องทำแบบนี้ล่ะ?" และฉันก็ขอเปิดบล็อคเพื่อที่จะแสดงเรื่องราวของงานอดิเรกต่างๆของฉันให้คนอื่นดูมากขึ้น ฉันเขียนไดอารี่ คุยเรื่องอนิเมะและอื่นๆ แต่ฉันก็ไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามาอ่านมากนัก อย่างไรก็ตาม พอฉันเขียนเรื่องแบบนี้มากขึ้นก็มีคนเข้ามาอ่านมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงปี 2003-2004

PG : สิ่งที่คุณชอบที่สุดในชีวิตตอนนี้คืออะไร?

NS : หลังจากกลับจากงานมาถึงบ้านและอยู่ในห้องของฉัน ที่ชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยมังงะนั้น ฉันจะโยนหนังสือพวกนั้นลงไปบนเตียงเพื่อทำให้รู้สึกว่าเป็นห้องของมังงะโดยเฉพาะ! และยังมีคอมพิวเตอร์ และฟิกเกอร์ตั้งโชว์อยู่ในห้อง และฉันก็เลี้ยงแมวไว้ในห้องด้วย ฉันมีตู้เสื้อผ้าสำหรับชุดคอสเพลย์โดยเฉพาะอยู่ตู้หนึ่ง สินค้าหายากของเซเลอร์มูนที่ฉันประมูลมาก็อยู่ในตู้นั้นเหมือนกัน ฉันถูกรายล้อมไปด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันรัก ถึงแม้ห้องจะเละเทะเหมือนกับภัยธรรมชาติถล่ม แต่ของทุกอย่างนั้นมันก็สำคัญกับฉันมากและฉันก็ขาดมันไม่ได้ด้วย

PG : คุณออนไลน์บ่อยแค่ไหน?

NS : เมื่อฉันถึงบ้านฉันจะเปิดคอมพิวเตอร์ตลอด และฉันยังอัพเดตบล็อคจากมือถือในแต่ละวันด้วย ในวันที่ฉันยุ่งๆหน่อย ฉันก็อาจจะอัพทีละนิดๆซึ่งอาจจะถึง 20 ครั้งต่อวัน

PG : คำที่คุณใช้ในบล็อคของคุณนั้นคุณเอามาจากที่ไหนหรือ?

NS : Giza นั้นหมายถึง "สุดๆ(very)" เดิมทีเป็นความผิดพลาดที่ฉันพิมพ์ผิดจากคำว่า Giga ในบล็อคของฉัน แต่ฉันก็คิดว่ามันเป็นคำที่น่ารักดีก็เลยยังคงใช้มันอยู่เพราะฉันคิดว่าคงไม่มีใครมาเห็นมันหรอก ฉันก็เลยใช้มันจนเป็นนิสัยไปแล้ว มีอยู่มากมายหลายคำที่ฉันใช้ในบล็อคที่ฉันคิดว่าเหมาะกับการเขียนบล็อคมากกว่าใช้สนทนา มันอาจจะดูต่างจากคนอื่นจนกลายเป็นเรื่องธรรมชาติไป เหมือนกับคำที่ใช้กันในเว็บ 2channel ถึงแม้ฉันจะไม่เคยเขียนอะไรในเว็บนั้นก็ตาม

PG : คุณได้ไปงาน Anime Expo 2008 เพื่อแสดงคอนเสิร์ตมาแล้ว ตอนนั้นเป็นยังไงบ้าง?

NS : ตอนแรกที่ฉันได้ยินว่าต้องไปแสดงในอเมริกา ฉันรู้สึกว่า"ไม่มีทาง, เป็นไปไม่ได้! ฉันทำไม่ได้หรอก!" จริงๆแล้วฉันเป็นคนเงียบๆและค่อนข้างเก็บตัว(จริงง่ะ?) ไม่เคยแม้แต่จะยกมือในชั้นเรียน แต่เมื่อฉันไปถึงลอสแองเจลิสก็เห็นทุกๆคนคอสเพลย์กันเหมือนกับกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่แสนวิเศษ ฉันรู้สึกได้เลยว่าโอตาคุนั้นไม่ต่างกันเลยในทุกๆที่ ฉันก็เลยรู้สึกผ่อนคลายขึ้น ถึงแม้คอนเสิร์ตจะน่ากลัวสำหรับฉัน แต่ฉันก้เอาชุดสำหรับแสดงไปเยอะๆคงพอจะชดเชยกันได้ และพอฉันออกไปร้องเพลงอนิเมะ ทุกคนก็คล้อยตามกัน! เมื่อถึงเพลงสุดท้าย ฉันถามว่า"คุณรู้จักเพลงอนิเมะ Gurren Lagann มั้ย?" ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่เคยฉายในอเมริกาแต่ทุกคนก็รู้จักและส่งเสียงตอบกลับมา! โอตาคุนี่ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ! มันช่าง giza! หลังงานนั้นฉันพยายามที่จะเขียนบล็อคเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อจะเก็บความรู้สึกในคอนเสิร์ตนั้นไว้ แต่ภาษาอังกฤษของฉันก็ห่วยมาก

PG : คุณวางแผนอะไรไว้ในอนาคตบ้าง?

NS : ความฝันของฉันคือการเป็น ราชินีแห่งเพลงอนิเมะ(Queen of Anime Songs) และเปิดคอนเสิร์ตในฮ่องกง ที่ๆมีคนรักอนิเมะอยู่มากมาย และฉันก็อยากร้องเพลงในงาน Anime Expo อีกครั้ง! ฉันได้ลองทำงานเป็นนักพากย์(Seiyuu)ดูบ้างแล้ว และหวังว่าจะมีโอกาสได้ทำอีก ฉันยังอยากเขียนมังงะของตัวเองและให้มันได้กลายเป็นอนิเมะด้วย และอยากแสดงละครเหมือนกัน อยากให้ฝันทั้งหมดเป็นจริงจังเลยล่ะ

เพลง OP ของกุเรนลากันน์นั้นผมเองก็ได้ฟังอยู่บ่อยๆ(ท่านพ่อก็เอาไปร้องในอัลบั้มด้วย!) ความจริงผมก็จำชื่อเธอไม่ได้เลยจนกระทั่งมาแปลบทสัมภาษณ์นี้ ก็ได้รู้ว่า "หา.. คนร้องเพลงOPคนนี้เป็นคนแบบนี้เอง"(ฮา) แต่เธอก็เป็นคงตรงไปตรงมาดี แฟนๆของเธอก็คงจะชอบเธอที่เป็นแบบนั้น และที่สำคัญการที่เธอได้ชอบงาน Anime Expo นั้นก็เพราะผู้ชมต่างให้ความสนใจและให้การตอบรับกับเพลงของเธอทั้งนั้น ผู้ชมนี่แหละที่จะเป็นกำลังใจให้กับนักร้อง ไม่ว่าที่ไหนในโลกก็เหมือนกันทั้งนั้น!

นอกจากนี้ผู้แต่งก็ได้เสนอคำศัพท์เฉพาะของโชโกะตันที่ใช้ในบล็อคเอาไว้ด้วยครับ

Talk like Shoko-Tan (มาพูดให้เหมือนโชโกะตันกันเถอะ)

Giza = สุดๆ

Giganto (Gigant ในภาษาอังกฤษ) = สุดๆๆ

Gigantic = สุดๆๆๆ

Bikku ban (Big Bang ในภาษาอังกฤษ) = รุนแรงระดับบิ๊กแบง

Galactica = ยิ่งใหญ่ระดับแกแล็คซี่

King = ยิ่งใหญ่ระดับราชันย์

Rai Rai = คำทักทาย (ใช้แบบเพื่อนสนิท)

Tutturuu = รู้สึกตื่นเต้น

Bocchiboon = รู้สึกช็อค

Horuusu = การตอบรับอย่างเต็มไปด้วยความรู้สึกดีๆ

Mepo = อรุณสวัสดิ์

เอนทรี่นี้ก็จะเป็นเอนทรี่สุดท้ายของบทสัมภาษณ์ในหนังสือเล่มนี้แล้วนะครับ ผู้แต่งได้ทำการรวบรวมบทสัมภาษณ์และเรียบเรียงไว้อย่างดี คำบางคำที่ผมได้วงเล็บไว้ในบทสนทนานั้นเป็นคำของผู้แต่งจริงๆ มันเป็นคำที่เน้นให้แสดงถึงอารมณ์ของการตอบบทสนทนาของตัวผู้ถูกสัมภาษณ์ เพื่อให้เห็นว่ามันไม่ใช่คำพูดที่เตรียมกันไว้ล่วงหน้า ดังนั้นนี่จะเหมือนกันเราได้นั่งสนทนากับเขาโดยตรงเลยครับ ผมชอบในตรงจุดนี้ของหนังสือเล่มนี้มากเลย

เอนทรี่นี้ขอจบลงเพียงเท่านี้นะครับ ในเอนทรี่ต่อๆไปก็จะเป็นคำศัพท์ล้วนๆไปจนจบแล้วครับ และมีคำที่น่าสนใจอย่างคำว่า "ซึนเดเระ" และ "ยันเดเระ" ด้วยครับ ใครชอบสาวแบบไหนก็อย่าลืมตามอ่านนะครับ

^^/

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Shoko-tan !!!!

โชโกะ เคยดูคลิปที่เธอวาดรุปด้วย ฝีมือสุดยอดไปเลย !!confused smile

#1 By salemanbps on 2009-08-20 01:39

รอชมตอนต่อไปครับ

#2 By Elta_kung on 2009-08-20 11:24