เอนทรี่นี้จะเริ่มจากหมวดอักษร M นะครับ 

Mahoshojo = สาวน้อยเวทย์มนตร์ ที่มักจะต้องแปลงร่างก่อนเสมอ อาจอยู่ในรูปแบบแม่มดอย่างเรื่อง แม่มดน้อยแซลลี่ หรือใกล้เคียงก็ได้ มักจะเป็นคาแรคเตอร์ที่ได้รับความนิยมสูงในหมู่โอตาคุ

โมเอะซังในชุดสาวน้อยเวทย์มนตร์ ท่าทางเธอจะติดใจชุดนี้เข้าแล้ว

คั่นกันด้วยบทสัมภาษณ์นะครับ ในเอนทรี่นี้เริ่มด้วย เมดที่ได้รับฉายาว่า "เมดอล" นะครับ

บทสัมภาษณ์ : ฮิโตมิ (ไม่ได้ให้นามสกุลไว้)

ความเกี่ยวข้องกับวงการ : ฮิโตมิเป็นเมดที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น เธอเป็นเหมือนโฉมหน้าของความโมเอะของอากิฮาบาระเลยทีเดียว

ข้อมูลของเจ้าตัว : เธอเปรียบเสมือนดอกทิวลิปที่เติบโตขึ้นท่ามกลางสวนดอกไม้(ผู้แต่งใช้คำว่า born in a flower garden and raised in a tulip) เธอดูเป็นเด็กสาวอายุ 17 อยู่เสมอ(อาจจะมากกว่านี้?) เธอเริ่มทำงานที่@home(แอด-โฮม) cafe ในปี 2004  ที่ภายหลังกลายเป็นเมดคาเฟ่ที่มอบความโมเอะในลักษณะของความบันเทิง(ร้องเพลง, แสดงดนตรี) และหลังจากที่การปรากฏตัวของเธอตามสื่อมีมากขึ้น เธอจึงได้รับฉายาว่า"Maidol"(maid idol)และกลายเป็นตำนานของวงการเมด เธอเคยอยู่ในวงดนตรีของเมดไอดอลวงแรกของญี่ปุ่นชื่อ Kanzen Maid Sengen และเคยเป็นหัวหน้าวง Paletee แล้วตอนนี้เธอก็ก้าวเข้าสู่กลุ่มนักร้องเมด @gumi(แอด-กุมิ) ซึ่งเป็นที่รู้จักดีในเว็บไซต์แชร์ไฟล์วิดีโอคลิปในญี่ปุ่น

PG : งานอดิเรกของคุณคืออะไร?

HC (คำย่อจากฮิโตมิจัง) : ฉันก็กำลังค้นหาไปเรื่อยๆนะ บางทีอาจจะเป็นการเล่าเรื่องต่างๆให้พวกนายท่านฟังที่คาเฟ่ (ในบทสนทนาเธอจะใช้คำว่า goshujinsama = master = นายท่าน และใช้ ojousama = mistress = นายหญิง) เพื่อที่พวกเขาจะได้รู้สึกสนุกๆ และฉันยังชอบทำผม ทำเล็บและแต่งหน้าด้วย เพราะการเป็นเมดนั้นจะต้องถูกมองจากคนทั่วไปเสมอ มันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ฉันต้องดูแลตัวเองบ่อยๆ

PG : ทำไมคุณถึงได้ตัดสินใจมาเป็นเมด?

HC : ก็..ฉันเกิดมาเพื่อเป็นเมดนี่นา! อาจเพราะฉันน่ะมีน้องชายอยู่คนหนึ่ง ฉันก็เลยมักจะสนุกกับการที่ได้ดูแลคนอื่น แต่สาเหตุจริงๆที่ฉันตัดสินใจมาเป็นเมดมีอย่างเดียวเท่านั้น เพราะความฝันของฉันคือการทำให้ทุกคนมีความสุข ฉันจึงอยากจะเป็นทั้งเมดและไอดอล-เมดอล- และก็พยายามอย่างหนักที่จะกระจายความสุขไปให้ถึงนายท่านทุกคนในทุกๆครั้ง ฉันจะพยายามเต็มที่ในการให้บริการที่คาเฟ่และร้องเพลงในการแสดงสดเสมอๆ

PG : เมดคาเฟ่คืออะไร? คุณทำอะไรที่นั่นบ้าง?

HC : โดยพื้นฐานแล้วมันก็เหมือนกับคาเฟ่ เป็นที่สำหรับกินและดื่ม แต่ที่ @home นั้นเป็นมากกว่านั้น เป็นที่ๆคุณจะได้สนุกสนานกับเมด ผู้คนจะสนุกสนานกับบรรยากาศแห่งความสุข พวกเราจะสร้างความบันเทิงให้กับบรรดานายท่าน ในที่อื่นๆก็อาจจะมีบริการนวดตัวด้วยเมด หรือร้องคาราโอเกะกับเมด แต่สำหรับฉันแล้วมันต่างกัน นั่นก็แค่แต่งเป็นชุดเมดเท่านั้น ที่@home นั้นเมดทุกๆคนจะทำงานด้วยกันเพื่อให้บรรดานายท่านของพวกเราได้รับความสนุกจริงๆ เราจะไม่ใช่แค่มีอาหารและเครื่องดื่มให้บริการเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ถ้ามีบางคนรู้สึกไม่ค่อยดีนักและมาที่คาเฟ่หลังเลิกงาน แล้วคิดว่า "ฉันอยากให้มีใครสักคนมาคอยฟังฉัน(ปรับทุกข์)บ้าง" และด้วยการมอบความสุขจากเราให้กับเขา จะทำให้เขามีกำลังที่จะก้าวต่อไป

PG : ความสัมพันธ์ของเมดและบรรดานายท่านนั้น จะเป็นแบบไหน?

HC : แน่นอนว่าก็จะเป็น นายท่านและเมดอย่างแน่นอนไปจนถึงท้ายที่สุด แต่ถ้านายท่านไม่รู้สึกดีหรืออะไรก็ตาม เมดที่ดีก็จะเป็นคนที่คอยให้กำลังใจนายท่านของเธอ นายท่านของเราจะไม่มองเราเป็นเพื่อน แต่จะเป็นแค่เมด และพวกเราก็จะไม่มองนายท่านเป็นผู้ชายคนนึง ดังนั้นพวกเขาก็จะเป็นนายท่านในสายตาของเราเสมอ (ในญี่ปุ่น เมดในเมดคาเฟ่จะไม่ได้รับอนุญาติให้สนิทสนมกับลูกค้ามากเกินไปหรือคบกับลูกค้า และลูกค้าก็จะไม่สามารถจะมาตีสนิทกับเมดคนไหนได้ถึงขั้นนั้น (จะขอถ่ายรูปได้แต่เสียเงิน) ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ยกเว้นว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน)

รูปถ่ายของฮิโตมิจังที่เขียนตกแต่งด้วยตัวเองและมอบให้กับลูกค้า

PG : ส่วนที่ดีที่สุดของการเป็นเมดคืออะไร?

HC : ฉันทำอยู่ 2 อย่างในฐานะเมด คือให้บริการในคาเฟ่และแสดงดนตรี แต่ในกรณีของฉันจะแสดงซะมากกว่า แต่ฉันคิดว่าสิ่งที่ทำให้ฉันมความสุขทีสุดคือการตอบรับจากบรรดานายท่านของฉัน เวลาที่พวกเราพูดคุยกันอยู่ในคาเฟ่ มันทำให้ทุกคนตื่นเต้นเหมือนกับฉันกำลังออกรายการTV และพวกเขาก็แสดงความเห็นเข้ามาในรายการ(เหมือนทอล์กโชว์) ผลส่วนใหญ่ที่ฉันได้รับไม่ได้มาจากการมีชื่อเสียง แต่รู้กันว่ามาจากการที่ฉันทำให้ทุกคนได้สนุกสนานกัน ฉันรักบรรยากาศแบบนี้จริงๆเลย!

PG : นั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า ห้วงบรรยากาศแห่งความโมเอะ(ผู้แต่งใช้คำว่า moe space)ใช่มั้ย?

HC : ใช่แล้วค่ะ! ในคาเฟ่และในการแสดงนั้น ห้วงแห่งความโมเอะจะแพร่กระจายและครอบคลุมไปถึงทุกคน! ฉันเคยคิดว่าคำว่าโมเอะนั้นคงไม่ได้ใช้นอกญี่ปุ่นเท่าไรนัก เพราะนิยามของคำว่าโมเอะนั้นอาจต่างออกไปในแต่ละคน ความโมเอะของคนๆหนึ่งก็ไม่จำเป็นจะต้องเหมือนกับความโมเอะของอีกคน ความโมเอะนั้นมันมีอยู่หลายแบบ อย่างเวลาที่ฉันพูดว่าห้วงแห่งความโมเอะ นั่นจะหมายถึงสถานที่ๆน่ารักและทุกคนสามารถที่จะสนุกสนานกันได้ พวกเขาจะรู้สึกตื่นเต้นกันไปถึงขั้วหัวใจ มันเหมือนกับข้างในหัวใจของคุณเป็นสีชมพู แต่ต้องไม่ใช่สีชมพูที่ผิดรูปแบบนะ! มันต้องเป็นเวลาที่หัวใจของคุณเป็นสีชมพูสดใสและดูอบอุ่น บางทีความรู้สึกนั้นคงจะเป็นความโมเอะละนะ?

PG : สิ่งที่ดีที่สุดของเมดคาเฟ่คืออะไร?

HC : ในกรณีของ @home cafe ฉันดีใจจริงๆเวลาที่นายท่านทุกคนมากันเยอะๆ! แม้กระทั่งในวันทำงานที่นั่งในร้านก็ยังเต็ม และในวันหยุดถึงแม้จะต้องเข้าแถวยาวมากๆ แต่ทุกคนก็ยังรอได้ ไม่ว่าจะอากาศร้อนในฤดูร้อน หรือหนาวสุดๆในฤดูหนาว ทุกคนก็ยังคงแวะมาที่บ้านหลังนี้

บรรยากาศในร้าน @home cafe คนเยอะจริงๆนะ!

PG : ในช่วงเวลาที่คุณเข้ามาอยู่ตรงจุดนี้ โลกของเมดได้เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง?

HC : ตอนที่ฉันมาทำครั้งแรกยังไม่มีคาเฟ่มากนัก และคนทั่วไปมักจะเห็นว่าเมดคาเฟ่นั้นเป็นสถานที่ดำมืด(ผู้แต่งใช้คำว่า dark places)ในอากิฮาบาระที่โอตาคุมักจะมารวมตัวกัน นั่นน่ะมันไม่ใช่"ที่ปกติ" และจำนวนของนายท่านและนายหญิงที่มาคาเฟ่ในตอนนั้นน้อยมาก แต่ตั้งแต่ที่ฉันเริ่มทำให้มันเปลี่ยนแปลง สถานที่อย่าง @home ก็ดูสดใสขึ้น ปลอดภัย และสนุกสนาน ไม่เหมือนกับภาพพจน์ของเมดคาเฟ่แบบเก่า ฉันต้องการจะบอกคนที่ไม่เคยมาเมดคาเฟ่-ผู้ซึ่งอยากจะมาแต่ไม่ค่อยกล้า-ว่ามันเป็นที่ๆสนุกขนาดไหน! ทุกครั้งที่ฉันให้บริการหรือปรากฏตามสื่อต่างๆ นั่นคือข้อความที่ฉันอยากจะบอก บางครั้งมีความคิดอคติบางอย่างที่มองพวกเราในลักษณะประจบประแจงเหมือนเมดในสถานขายบริการ ดังนั้นฉันก็พยายามแสดงให้เห็นว่ามันต่างกัน ถ้าลองเปรียบเทียบกับตอนที่ฉันเพิ่งเริ่ม ภาพของร้านที่ลูกค้านึกถึงและวิธีคิดนั้นมันค่อยๆเปลี่ยนไป ตอนนี้แม้แต่เด็กประถมทั้งหญิงและชายหรือแม้แต่คุณปู่คุณย่าก็ยังมาทีบ้านหลังนี้ นั่นทำให้ฉันมีความสุขมากๆ

PG : คุณวางแผนอะไรไว้ในอนาคตบ้าง?

HC : แน่นอนว่าการให้บริการของฉันที่คาเฟ่ก็ยังเป็นเรื่องสำคัญ แต่ตอนนี้มีกลุ่มไอดอลที่เรียกว่า @gumi ที่ฉันเป็นนักร้องนำ ฉันกำลังพยายามตรงจุดนั้นและจะทำให้ดีที่สุดทั้งร้องเพลงและเต้น ดังนั้นเราสามารถที่จะทำการแสดงที่ใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้นได้อีก ในฐานะเมดแล้ว มีหลายอย่างที่อาจทำให้ฉันดูไม่เป็นตัวของตัวเองมากนัก แต่ฉันก็อยากจะเป็นเมดที่เข้าถึงกับทุกคนได้ง่ายกว่านี้ ตอนนี้ @home cafe มีแค่ในอากิฮาบาระ แต่ถ้า @home เป็นเหมือนกับ Starbucks และมีอยู่ทั่วไปในหลายๆที่แล้วล่ะก็ เมื่อมีคนพูดว่า "ไปหาที่ดื่มกาแฟกันเถอะ" คุณก็จะตอบว่า "ไปที่@homeกันเถอะ" มันคงจะเยี่ยมมากถ้ามันเกิดขึ้นได้จริงๆ

จะดีมั้ยนะถ้าผมคิดว่า "วันนี้รู้สึกแย่ชะมัดเลย เหมือนกับมันไม่ใช่วันของเราเลย" แต่แล้วผมก็ได้รับการปลอบโยน และให้กำลังใจจากเมดอย่างเธอ จนทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับว่าเรื่องแย่ๆที่ผมคิดเมื่อสักครู่นี้กลายเป็นเรื่องโกหกไป ผมคิดว่าความรู้สึกแบบนี้แหละที่เธอพยายามจะมอบให้ลูกค้า

เมดคาเฟ่ในญี่ปุ่นนั้น จริงๆแล้วการเข้าไปใช้บริการในครั้งหนึ่งๆนั้นไม่ใช่เพียงแค่การชำระเงินตามราคาอาหารและเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว แต่ว่าเท่าที่รู้มาก็คือต้องเสียค่าบริการเป็นรายชั่วโมง มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่เนื้อหาการบริการของแต่ละร้าน ซึ่งอาจจะไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ แต่ว่าคนญี่ปุ่นนั้นก็เต็มใจที่จะจ่ายให้กับเมดคาเฟ่ ไม่ใช่เพียงเพราะว่าคนที่มานั้นต้องคิดแบบโอตาคุ แต่ต้องเข้าใจว่าสังคมของคนญี่ปุ่นนั้นเร่งรีบ แข่งขัน และอาจจะมีวินัยกับชีวิตการทำงานมากเสียจนขาดการเอาใจใส่กับคนรอบข้าง ทำให้ความรู้สึกอยากได้รับการเอาอกเอาใจนั้นหายไปจากครอบครัว และที่ๆจะหาความรู้สึกแบบนั้นได้ก็คือร้านเมดคาเฟ่ ดังนั้นอาชีพนี้จึงมีค่ากับคนญี่ปุ่นมาก ดังนั้นอย่ามองว่ามันเป็นเพียงที่ซ่องสุมหรือที่สุมหัวของโอตาคุเพราะความไม่เข้าใจเลย

Maid Kentei = ข้อสอบพื้นฐานในการเป็นเมด ที่จะบ่งชี้ว่าเมดคนนั้นๆมีคุณสมบัติที่ดี ใสสะอาดเหมาะที่จะให้บริการหรือไม่ ข้อสอบจะแบ่งเป็น 5 ส่วนคือ ประวัติความเป็นมาของเมด การทำความสะอาด การทำอาหาร ล้างจาน และที่สำคัญคือมารยาทของเมด ข้อสอบจะยาวประมาณ 4 หน้าและมีคำถาม 40 ข้อ ครึ่งหนึ่งจะเป็นช้อยส์ อีกครึ่งหนึ่งจะเป็นให้ตอบสั้นๆ ซึ่งเกือบ 90% ของคำถามจะเป็นเรื่องมารยาทและประวัติความเป็นมา ซึ่งตัวข้อสอบนั้นออกโดยองค์กรเมด(Maid Kyoukai)ที่อายาคาวะ ยุนมาโอะทำงานอยู่นั่นแหละ

Manga kissa = ร้านมังงะคอฟฟี่ช็อป สามารถที่จะมาเช่ามังงะอ่านได้ อาจดูภายนอกคล้ายอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ แต่ความจริงจะดูเหมือนห้องสมุดมากกว่า บ้านเรือนที่เปิดเป็นมังงะคาเฟ่นั้นมีอยู่มากมายทั่วญี่ปุ่น ลูกค้าจะมีเก้าอี้นั่งที่สบายและมีมุมเป็นส่วนตัว และถ้าจ่ายเป็นรายชั่วโมงก็สามารถเล่นอินเตอร์เน็ตแบบไม่อั้นได้ บางร้านก็อาจจะมีเกมส์ให้เล่น มีเครื่องดื่มบริการ หรือแม้แต่อาบน้ำก็ได้ และเพราะว่าร้านแบบนี้มักจะเปิด 24 ชม. จึงเป็นที่ๆถูกมากสำหรับคนที่จะมาค้างคืนรอหลังจากพลาดรถไฟขบวนสุดท้าย และเป็นที่ๆวิเศษที่สุดสำหรับคนทำงานที่มีรายได้น้อยที่จะใช้ที่นี่แทนบ้านเพราะไม่สามารถจ่ายค่าเช่าห้องได้ เช่นเดียวกับโอตาคุที่จะมาใช้ที่นี่ค้างรองานอีเวนท์ที่จะจัดในวันรุ่งขึ้นเพื่อรอเข้าคิวแต่เช้า หรือมาหาที่สงบๆอ่านมังงะตลอดทั้งคืนก็ได้

โอว น่าอยู่แฮะ

 

ไม่มีภาพคุณเธอมาตั้งแต่หน้า 133 โมเอะซังก็เลยขอโผล่ออกมาหน่อยนึง "คิดถึงฉันบ้างมั้ย?"

ผมว่าภาพของคุณเธอน่ะเยอะกว่าคนอื่นเสียอีกนะ..

Manhwa (ภาษาเกาหลี) = มังงะของเกาหลีใต้ ที่ได้รับอิทธิพลจากการขยายตัวของวัฒนธรรมญี่ปุ่น เรื่องที่ดังๆอย่างเช่น Ragnarok

Mecha = อาจะเรียกว่า meka ก็ได้ ซึ่งย่อมาจาก mechanism ซึ่งก็คือเครื่องจักร ถูกพบบ่อยในอนิเมะ มังงะ และวิดีโอเกมส์ ในต่างประเทศคำนี้จะถูกใช้เรียกหุ่นยนต์ที่มีนักบินขับ เดินได้ และอาจมีการหุ้มเกราะสำหรับต่อสู้ แต่ในญี่ปุ่นคำนี้จะถูกใช้อย่างกว้างขวาง หมายถึงหุ่นยนต์ทุกแบบ ยานอวกาศ รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ แต่ถ้าเป็นคำว่า Robo จะหมายถึงเครื่องจักรที่มีรูปร่างแบบมนุษย์ อย่าง Mazinger Z หรือ Getter Robo

Sexy Mecha Moe-San ทำไมผมดูแล้วรู้สึกว่าคล้ายชุดของอานิสในเรื่องบอร์กแมน(超音戦士ボーグマン) ชอบกล

ตรงหูนั่นเหมือนหูของคอสมอสดีแฮะ ^^"

พบกับบทสัมภาษณ์ของเมดอีกคนนะครับ อาจจะถูกใจกับบางคนซะด้วยสิ เพราะเธอเป็นสาวแว่นนี่นา

บทสัมภาษณ์ : ฮาซึกิ อาโกะ

ความเกี่ยวข้องกับวงการ : เธอเป็นที่รู้จักในกลุ่มโอตาคุ Akiba-kei และยังเคยเป็นเมดที่ @home cafe ที่เดียวกับฮิโตมิจังด้วย

ข้อมูลของเจ้าตัว : หลังจากทำงานที่ @home cafe ได้ปีครึ่ง เธอก็ได้แสดงในโฆษณากาแฟกระป๋อง Boss ที่นำแสดงโดย Tommy Lee Jones เช่นเดียวกับซากุรางาวะ ฮิเมโกะ ซึ่งในตัวโฆษณาเธอได้เป็นผู้ที่ทำให้"Boss"เข้าใจถึงทุกอย่างของความโมเอะ(ผู้แต่งใช้คำว่า get all moe) ปัจจุบันเป็นทั้งนางแบบและนักแสดงอีกด้วย

PG : คุณเริ่มงานนี้มาได้อย่างไร?

HA (คำย่อของฮาซึกิ อาโกะ) : ฉันมีความสนใจในการละครมาตั้งแต่สมัยประถม แต่หลังจากนั้นฉันก็ได้เข้าเรียนในโรงเรียนสอนการดูแลเด็กๆที่ฉันคิดว่านั่นจะเป็นพื้นฐานของการเรียนการแสดง จนฉันคิดว่าน่าจะลองเริ่มงานด้านนางแบบดูบ้าง และเมื่อทุกอย่างเริ่มจะลงตัว ฉันก็ได้ร้องเพลงให้กับเด็กๆ และแสดงในละครสำหรบเด็กที่แพร่ภาพในต่างประเทศด้วย

PG : แล้วคุณไปทำงานเป็นเมดได้อย่างไร?

HA : งานเมดเป็นงานที่ทำให้คนอื่นมีความสุขไม่ต่างกับการที่ทำเพื่อเด็กๆเลย คล้ายกับคุณจะต้องรู้สึกถึงผู้ฟังและตอบสนองพวกเขา และเพื่อนของฉันบอกว่าบุคลิกของฉันนั้นเหมาะที่จะเป็นเมด ดังนั้นฉันก็เลยลองดู

PG : แล้วคุณสนุกกับการเป็นเมดที่อากิบะมั้ย?

HA : ฉันก็ไม่ค่อยได้นึกถึงเรื่องของอากิฮาบาระหรือโอตาคุเท่าไร แต่อากิบะเป็นที่ๆสนุกและเต็มไปด้วยร้านค้าของสะสมมากมาย ส่วนที่ฉันชอบที่สุดในการเป็นเมดคือการเล่นเป่ายิ้งฉุบ(ในญี่ปุ่นจะเรียกว่า ยัน-เค็น-ปอน) เพราะว่าลูกค้ากับฉันสามารถเล่นด้วยกันได้ตลอด และหลังจากนั้นพวกเขาก็ได้สอนฉันให้เล่นอีกหลายอย่างด้วย

PG :แล้วที่เล่นเป่ายิ้งฉุบกับ Tommy Lee Jones ไปเป็นยังไงบ้าง?

HA : ตอนนั้นฉันมึนไปหมดเลย แต่ก็สนุกดี เขาเป็นคนดีมากและดูเหมือนจะสนุกกับเมดคาเฟ่มากด้วย! แต่ว่าฉันก็ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษก็เลยสื่อสารยาก ฉันเลยอยากจะเรียนภาษาอังกฤษเพื่อที่จะสามารถคุยกับคนอื่นได้มากขึ้น

PG : คุณงานยุ่งขึ้นหรือเปล่าหลังจากที่ได้ถ่ายโฆษณานั้น?

HA : ใช่ค่ะ! ฉันได้ออก DVD ชื่อว่า Kyun Kyun ในเดือนกรกฎาคม แนะนำสินค้าที่ประมูลขายทางออนไลน์ในเว็บไซต์ Rakuten และเป็น Image girl ให้กับเกมส์ออนไลน์(ในไทยก็คงเป็นพริตตี้) ได้ทำอะไรต่างกันหลายๆอย่าง ไม่ใช่แค่ถ่ายแบบ ร้องเพลงหรือการแสดง ทำให้ทุกๆวันนั้นแตกต่างและน่าสนใจเสมอ

PG : แฟนๆของคุณเป็นยังไงบ้าง?

HA : พวกเขากระตือรือร้นมาก! ฉันชอบที่พวกเขาตื่นเต้นอยู่เสมอแบบนั้น ตอนนี้ฉันอยู่ในกลุ่มนักร้องเพลงป๊อบ Pure Romance แล้ว ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาที่เราร้องเพลงให้โอตาคนั้น กลุ่มโอตาเงะ(โอตาคุที่มักจะร้องหรือเต้นตามเวลาที่ไอดอลแสดง)นั้นยอดเยี่ยมมาก! มองแล้วตื่นเต้นดี เหมือนพวกเราได้แสดงด้วยกันเลย

PG : คุณอยากทำอะไรต่อจากนี้?

HA : ก็..ตอนนี้ฉันยังทำการแสดงสำหรับเด็กอยู่ แต่ตอนนี้ฉันอยากลองแสดงในรูปแบบที่เต็มที่กว่านี้บ้าง ฉันหวังว่าทุกคนจะติดตามชมและให้กำลังใจฉันต่อไป

ผมแปลกใจมาตั้งแต่แปลบทสัมภาษณ์ตอนต้นเล่มแล้วว่า มันบังเอิญหรือเปล่าที่บทสัมภาษณ์ของแต่ละคนในเล่มนี้ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกัน อาจจะเป็นที่สถานที่ การกระทำหรือการปรากฎตัวคล้ายๆกัน บางทีผู้แต่งอาจจะไปเรียงสัมภาษณ์ทีละคนก็ได้ แต่ผมก็ไม่คิดว่าคนที่อยู่ในบทสัมภาษณ์นี้จะรู้จักกันหมด(ฮิเมโกะกับอาโกะน่าจะเคยคุยกันบ้างน่ะนะ) แต่ว่าหลายๆคนก็ได้มีความคิดเปลี่ยนไปเมื่อได้มาอยู่ที่อากิฮาบาระ ขนาดอาโกะที่ตอนแรกบอกว่าไม่ค่อยสนใจโอตาคุเท่าไร แต่พอได้มาทำงานตรงนี้ก็ดูเธอจะติดใจซะแล้วสิ นี่เป็นเสน่ห์ของโอตาคุหรือเปล่านะ?(ฮา)

Moe = ความรู้สึกสดชื่นราวกับดอกไม้แตกช่อ ผลิดอก ออกผล(อธิบายได้สดใสดีแฮะ) และก็อาจะมีความหมายว่า ลุกไหม้ ลุกโชน(moeru)ได้เช่นกัน โอตาคุจะใช้คำนี้เรียกสาวสวยที่ให้ความรู้สึกสดชื่นเช่นนั้น และในตัวละครที่โมเอะนั้นจะอยู่บนพื้นฐานดังต่อไปนี้ : มีความรักที่บริสุทธิ์(junai), ให้ความรู้สึกว่าเป็นสาวบริสุทธิ์(otome-kei), โดนใจเหมือนกับไฟฟ้าจี๊ดที่หัวใจ(denpa), น่ารักแบบเซ็กซี่(erokawaii)

นั่นล่ะความหมายของชื่อของเธอ

เอามือมาต่อกันแล้วประสานเป็นรูปหัวใจแล้วพูดว่า "Moe!"

ถ้าทำท่านี้คู่กับโดม่อนคัชล่ะก็คงออกมาเป็นคิงออฟฮาร์ทส์แน่! (ฮา)

หมวดอักษร M จบแค่นี้นะครับ ก็อาจจะถูกใจกับคนที่ชอบเมดจริงๆครับเพราะว่าดูเด่นที่สุดในหมวดเลย

ในหมวดหน้า หมวดอักษร N พบกับคำที่ทำให้เกิดแอฟโฟร่ในตำนาน"อามุโร่ เรย์"และทำให้"ไบรท์ โนอา"กลายเป็นปัญหาโลกแตก คำว่า Newtype นั่นเองครับ และคำที่ฮิตติดปากคนดูอนิเมะอย่าง "Niceboat" และ "Noob" ก็ได้ให้ความหมายไว้อย่างชัดเจนทีเดียว

และแน่นอน สำหรับโอตาคุผู้มีรักแรก ก็มีคำดีๆให้กับคุณเช่นกัน อย่าลืมชมเอนทรี่หน้านะครับ!

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เยี่ยมเลย เราเพิ่งรู้น่ะเนี่ย ว่าเมดนี่ไม่ใช่แค่สวมชุดก็เป็นได้ง่ายๆ มีข้อสอบจากองค์กรเมดอีก โห ยากๆๆ

ขอบคุณจ้า โดยส่วนตัวแล้ว ชอบเมดมากกกก ก็เรามันโอตาคุอ่ะ 5 55cry

#1 By Olive on 2009-08-07 20:37

ไม่ค่อยชอบ บทนี้แฮะ sad smile

#2 By salemanbps on 2009-08-07 23:03

ไปโปรโมตใน พันทิปแล้วน่ะจ้ะ...!

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A8186402/A8186402.html

Hot! Hot! Hot! Hot!

#3 By BIC RAVIPAN RAY on 2009-08-10 16:32

ขอบคุณครับ

#4 By MyRainyWorld on 2009-08-10 16:59