Research ตำราโอตาคุ [ตอนที่ 4]
posted on 29 Jul 2009 15:18 by masakiandou in OtakuEncyclopediaเอาล่ะครับ เอนทรี่นี้ก็จะเริ่มด้วยคำศัพท์อันฉาวโฉ่ของวงการเลยนะครับ
Hikikomori = บุคคลผู้ปิดกั้นสังคม(ผู้แต่งใช้คำว่า a social shut-in) ผู้ซึ่งไม่เคยออกจากห้องของตัวเอง เป็นที่เข้าใจโดยคนส่วนใหญ่ว่านี่เป็นอาการป่วยอย่างหนึ่งทางจิต โดยปกติแล้วคนพวกนี้จะเบื่อหน่ายโรงเรียนและไม่สามารถรับมือหรือออกมาเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆในโลกภายนอกได้ ฮิคิโคโมริอาจได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อแม่อยู่ที่บ้านได้นานเป็นปีๆโดยที่ไม่ถูกสังเกตหรือถูกตำหนิและจะติดต่อกับโลกภายนอกด้วยคอมพิวเตอร์ของพวกเขาเท่านั้น ฮิคิโคโมรินั้นไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องเป็นโอตาคุ หรือโอตาคุจะต้องเป็นฮิคิโคโมริ อย่างที่คนอื่นมักเข้าใจผิดกัน ฮิคิโคโมริอาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ หรือโดยเฉพาะคนที่มีพฤติกรรมที่แสดงออกได้ดีเฉพาะในคอมพิวเตอร์(ญี่ปุ่นกับยุโรปคงไม่รู้จักคำศัพท์ว่าเกรียน= =") โดยพื้นฐานแล้วฮิคิโคโมริจะขาดความสามารถในการติดต่อสื่อสารและมักจะยอมแพ้กับสิ่งต่างๆตั้งแต่เนิ่นๆ แม้ว่านั่นจะเป็นแค่เรื่องพื้นฐานหรือเรื่องง่ายๆ แต่โอตาคุนั้นตรงกันข้าม ด้วยการใช้วัฒนธรรมด้านสิ่งต่างๆ(อย่างเช่นอนิเมะ มังงะ ฟิกเกอร์ หรือเมดคาเฟ่)มาใช้ทำกิจกรรมต่างๆนั้น ก็สามารถที่จะพูดคุยหรือสื่อสารไปในทางเดียวกันกับคนอื่นๆได้ นอกจากนี้ฮิคิโคโมริยังถูกเข้าใจผิดกับคำว่า NEET ( Not Employed, in Education or Training = ไม่ถูกจ้างงาน ไม่ยอมรับการศึกษาต่อหรือการเข้าอบรม) ซึ่งก็คือคนหลักลอยที่ไม่มีความสนใจในอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ได้สนใจอะไรอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตามชื่อนี้มันอาจเหมือนกับตราเกียรติยศก็ได้ ผู้คนอาจจะพูดว่า "ฉันนี่แหละ NEET!" (เออ! ตรูยังว่างงานอยู่เฟ้ย) แต่ก็ไม่มีใครที่เป็นแบบนั้นแล้วจะบอกว่า"ฉันนี่แหละฮิคิโคโมริ!" ซึ่งมันผิดความหมายไปอย่างสิ้นเชิง
ภาพของอนิเมะเรื่อง Welcome to N.H.K.! (N.H.K.ในเรื่องเป็นการเล่นคำศัพท์ถึง Nippon Hikikomori Kyokai = องค์กรฮิคิโคโมริแห่งญี่ปุ่น) ซึ่งเสียดสีการใช้ชีวิตของฮิคิโคโมริ จะเห็นว่าตัวละครหลายๆตัวนั้นมีโอกาสเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะมีพฤติกรรมแบบฮิคิโคโมริได้จากการที่ตัวละครมีปมด้อยของแต่ละคน พบปัญหาชีวิต ซึ่งก็ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแค่ตัวเอก (เนื้อเรื่องย่อได้ที่มาจาก Wikipedia)
Himote = คนที่ไม่เป็นที่นิยมหรือน่าสนใจโดยเฉพาะกับผู้หญิง คนที่เป็น Himote นั้นมักจะคิดว่าสถานะของผู้หญิงนั้นต้องตามหลังผู้ชาย เขาจะยอมเป็นทาสของเงินเพื่อที่จะเอาชนะใจผู้หญิง ในบางกรณีนั้นคนที่เป็น Himote มักจะปฏิเสธงานจำพวก Christmas, Valentine หรือ White Day (ในญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และไต้หวัน วันที่ 14 มีนาคมจะเป็นวันไวท์เดย์ วันที่ผู้ชายจะต้องมอบของขวัญกลับคืนให้กับผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขาเลือก ผู้ซึ่งเคยมอบช็อคโกแลตหรือของขวัญให้เขาในวันวาเลนไทน์เพื่อเป็นการยืนยันความรัก) และมักจะเข้าไปก่อกวนในโลกออนไลน์ในยามที่คนกำลังสนใจเรื่องความรัก ว่าคนอย่างพวกเขาไม่ได้รับความสนใจเพราะทฤษฎีการคิดบางอย่าง หรืออาจจะตั้งทฤษฎีประหลาดๆขึ้นมาจากการไม่ได้รับความสนใจของพวกเขาด้วย
โมเอะซังบอกว่า "คุณเองก็คงไม่ได้เป็น Himote หรือ Hikikomori ใช่มั้ยคะพี่ชาย?"
..อย่างน้อยๆ ผมก็ออกนอกบ้านไปแรดทุกๆงานคอสนะครับคุณน้อง (ฮา)
Host clubs = คลับที่จะมีผู้ชายหน้าตาดีๆมาคอยบริการ เอาอกเอาใจผู้หญิง เป็นเพื่อนนั่งดื่มเหล้า ร้องคาราโอเกะด้วยกัน แต่ถ้าเป็นในกรณีที่เป็นคลับผู้หญิง จะเรียกว่า Hostess clubs(แบบที่ซาเอบะ เรียวชอบไปเที่ยวบ่อยๆ) อนิเมะที่มีเรื่อง Host clubs เห็นชัดที่สุดคือ Ouran High School Host Club (เริ่มฉายตั้งแต่ปี 2003)
มาถึงหมวดอักษร I กันแล้วนะครับ ถึงมีคำศัพท์ไม่มากนัก แต่ก็น่าสนใจนะครับ
Itai = เจ็บ มักจะใช้บอกอาการว่า "มันเจ็บนะ~" แสดงถึงความน่าสงสารและน่าทะนุถนอม ทำให้เกิดความรู้สึกอยากช่วยเหลือ ซึ่งนิยมในหมู่โอตาคุมาตั้งแต่ปี 1990
กัดนิ้วตัวเองมันก็เจ็บแน่นอนอยู่แล้วล่ะครับคุณน้อง!
Itasha = รถยนต์ที่มีการเพนท์สีของอนิเมะ มังงะ หรือเกมส์ ซึ่งปกติแล้วจะเน้นที่ตัวละครผู้หญิงที่มีความเซ็กซี่ ซึ่งคล้ายกับรถ muscle car ซึ่งเป็นรถยนต์แข่งแบบ offroad ของต่างประเทศ ที่นิยมเพนท์เป็นรูปผู้หญิงโป๊ๆกับเปลวไฟ และในรถที่เป็น Itasha นั้นมักจะมีการประดับด้วยฟิกเกอร์ หรือสิ่งต่างๆที่เข้ากันกับรูปที่เพนท์ ชื่อนั้นแปลตรงตัวว่า "รถแบบเจ็บๆ(จี๊ด)" แต่บางพวกในญี่ปุ่นฟังเป็นศัพท์แสลงว่า "Italain car" ก็มี สำหรับราคานั้นก็แพงสุดๆ บางคนยอมจ่ายถึง 10,000 ดอลล่าร์ เพื่อที่จะตกแต่งเพียงแค่ล้อ ในภายหลังนั้นทำให้เกิดความนิยมเป็นกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ตกแต่ง Itai Bike ก็มี หลังจากช่วงที่การเพนท์ Itasha นิยมสูงสุด โอตาคุบางคนถึงกับเรียกว่า moesha หรือ moe cars เพราะคิดว่ามันฟังดูมีความหมายดีกว่า Itasha
ลายหรู ราคาแพง แต่โดนแซงปาดขึ้นมาทีร้องไห้โฮ
ต่อด้วยบทสัมภาษณ์ของสาวน้อยไอดอลกันเลยครับ
บทสัมภาษณ์ : ซากุรางาวะ ฮิเมโกะ
ความเกี่ยวข้องกับวงการ : เป็นไอดอลจากการเดบิวต์ที่อากิฮาบาระกับกลุ่ม Akiba-kei(ชาวอากิฮาบาระผู้ชื่นชอบความโมเอะ)ในชุดเมดและสวมหูแมว
ข้อมูลของเจ้าตัว : การเดบิวต์ของเธอในเดือนสิงหาคม 2005 ที่เป็นช่วงที่เมดกำลังฮิตแบบสุดเหวี่ยง(ผู้แต่งใช้คำว่า full swing) เธอได้ออกซิงเกิล"Goin' to Akiba"(Akiba = คำย่อของ Akihabara) และในปี 2008 เดือนมกราคม เธอได้ปรากฎตัวพร้อมกับ Tommy Lee Jones ในโฆษณากาแฟกระป๋อง BOSS ที่ฉายในอากิฮาบาระด้วย
PG : ทำไมคุณถึงเริ่มที่จะมาอากิบะ?
SH (คำย่อของ ซากุรางาวะ ฮิเมโกะ) : ฉันมักจะชอบเกมส์เสมอ แต่ก็จะรู้สึกเขินถ้ามีคนมาเห็นเข้าและเรียกฉันว่าโอตาคุ ฉันก็เลยมักจะเก็บเรื่องนั้นเป็นความลับเวลาอยู่ที่โรงเรียน แต่เมื่อฉันมาอากิบะ ฉันพบว่าทุกคนก็เหมือนฉัน มันรู้สึกว่า OK ที่นี่แหละเป็นที่ๆฉันชอบที่สุดในโลก! ฉันรู้สึกได้ผ่อนคลายสุดๆเมื่อเวลาที่อยู่ที่นี่
PG : ถ้างั้น คุณเริ่มต้นเป็นไอดอลได้อย่างไร?
SH : เริ่มแรก ฉันถูกทาบทามให้มาเป็นนางแบบถ่ายรูป(Photo Idol) แต่ฉันก็อยากจะเป็นเหมือนนักร้องที่ฉันชื่นชอบคือ มัตสึอุระ อายะ ของวง Morning Musume หลังจากนั้นฉันก็มีโอกาสจะได้ร่วมงานกับค่าย Marvel Yell และร้องเพลงในอากิบะ ฉันก็เลยสนใจ ถึงมันจะไม่ใช่แผนของฉันแต่แรกที่จะมาเป็นไอดอลของ Akiba-kei แต่การที่ได้ผูกพันกับอากิบะนั้น มันก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไปซะแล้ว
PG : สิ่งที่คุณชอบที่สุดในการเป็นไอดอลคืออะไร?
SH : การแสดงสด(LIVE) ได้ร้องเพลงและรู้สึกถึงพลังของผู้ฟัง คุณจะไม่ได้ร้องเพลงคนเดียวเวลาที่คุณเป็นไอดอล กลุ่มแฟนๆสนับสนุนของฉันที่ฉันเรียกพวกเขาว่า"oniichan (พี่ชาย)"ก็จะอยู่ที่นั่นเสมอ พวกเขาก็จะร้องและเต้นไปกับฉัน เวลาที่ฉันส่งเสียงเรียก พวกเขาก็จะตอบกลับมาเสมอ นั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเลย
PG : รู้สึกอย่างไรกับแฟนๆบ้าง?
SH : มันเป็นมิตรภาพที่อบอุ่น หลังจากทำการแสดงไปมากมายใช้เวลาเป็นปีๆ ฉันจำได้ว่ามี DJ คนหนึ่งที่แคลิฟอร์เนียที่เล่นเพลงของฉันในคลื่นวิทยุ FM ที่อเมริกา และแฟนๆชาวญี่ปุ่นของฉันก็ช่วยแปลให้ด้วย ดังนั้นเขาก็เลยได้คุยกับฉัน มันยอดเยื่ยมมากเลย!
PG : ชีวิตของคุณเป็นยังไงบ้าง? หลังจากร่วมงานถ่ายโฆษณาของ BOSS
SH : ทุกอย่างดูยุ่งไปหมด! ซิงเกิ้ลของฉัน "Goin' to Akiba" ก็ถูกนำมาวางขายอีกครั้งในเดือนพฤษจิกายน 2007 และฉันก็พยายามอย่างหนักเพื่อที่จะได้ร้องเพลงนี้ในรายการTV Kohaku Uta Gassen (การร้องเพลงประชันของแดงและขาว) ในช่วงปีใหม่ ฉันต้องการที่จะกระจายความสนุกสนานของอากิบะไปทั่วญี่ปุ่น!
PG : ทำไมถึงได้คิดว่าฮากิฮาบาระนั้นพิเศษนัก?
SH : มันช่างเป็นที่ๆสนุกอะไรเช่นนี้!(ผู้แต่งใช้คำว่า such a fun place!) ถ้าคุณไม่มาก็ไม่รู้หรอก ทุกๆคนที่นี่ก็ดูสนุกสนานดี ช่างมีความสุขจริงๆ!
PG : คิดว่ามันเปลี่ยนไปยังไงบ้าง?
SH : เมื่อตอนที่ฉันเดบิวต์ตึกสถานีเก่าอยู่ตรงนั้น ห้างสรรพสินค้า Akiba ก็ยังเปิดอยู่ มีที่กินเยอะ แล้วก็มากกว่าตอนนี้ ฉันคิดว่างั้นนะ
PG : งั้นเหรอ.. ผมหมายถึง การแสดงสดกลางถนน(live street performances)ล่ะ เป็นยังไงบ้าง ?
SH : พูดตามตรงนะ ฉันยังไม่เคยแสดงสดกลางถนนจริงๆ แต่สำหรับมิวสิควิดีโอ"Goin' to Akiba"ที่ฉันต้องการคือเลือกสถานที่ๆทุกคนรู้จัก เราก็เลยไปถ่ายทำที่ถนน Chou-dori ในอากิฮาบาระตอนที่มันยังปิดเพราะการจราจรในวันอาทิตย์ ฉันรู้สึกเสียใจเล็กน้อยนะที่มีคนบอกว่าภาพถนนในมิวสิควิดีโอมันดูขัดๆกับภาพถนนในตอนนี้ แต่นี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ฉันจะทำ ฉันหวังว่าภาพของอากิบะจะต้องกลับมาเหมือนที่มันเคยเป็นสักวัน
ซากุรางาวะ ฮิเมโกะ ไอดอลผู้ชื่นชอบบรรยากาศของอากิฮาบาระ เธอชื่นชอบความสนุกของผู้คน การได้ผ่อนคลาย และสถานที่อย่างที่มันเคยเป็น ถึงแม้ว่าเวลาจะทำให้บรรยากาศของอากิฮาบาระเปลี่ยนไปบ้าง แต่เธอก็มีความต้องการที่จะรื้อฟื้นบรรยากาศเก่าๆอย่างที่เธอชอบกลับมาให้ได้ ผมว่าเธอก็ดูเหมาะดีกับที่นี่นะ!
ต่อด้วยคำศัพท์กันอีกนิดนะครับ
Iyashi - kei = ผู้ให้การรักษา หรือผู้ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจหลักของความรู้สึกที่นิยมในหมู่โอตาคุ เป็นหนึ่งในรูปแบบที่ Maid Cafe จะต้องจดจำเพื่อให้บริการกับลูกค้าซึ่งจะสร้างบรรยากาศให้ลูกค้ารู้สึกสงบและปลอดภัย
มาถึงหมวดตัวอักษร J แล้วนะครับ
Jisshaban = ภาพยนตร์ที่ใช้คนแสดงจริง หรือที่เรียกว่า Live-action version ซึ่งสร้างจาก อนิเมะ เกมส์ หรือมังงะ เช่น เนกิมะ!? ภาคคนแสดงจริง หรือ GTO ภาคคนแสดงจริง ซึ่งจะต่างกับ Live-action ในแบบ Tokusatsu
Junai (อ่านว่าจุนไอ) = ความรักอันบริสุทธิ์ เป็นความรักที่ปราศจากการแสดงออกทางความต้องการทางเพศ มักจะอยู่ในตัวละครที่มีความไร้เดียงสาเป็นหลัก(แนวอื่นก็อาจจะมี) ซึ่งลักษณะไร้เดียงสานั้นเป็นรูปแบบหลักทั้งสี่ของความโมเอะที่โอตาคุชอบ
อักษร J มีคำศัพท์ไม่มาก ดังนั้นขอจบหมวดนี้และเอนทรี่นี้เท่านี้นะครับ
ในเอนทรี่หน้า จะมีคำศัพท์ว่า "Kageyama Hironobu" ศิลปินที่ทุกคนก็น่าจะรู้จักดีนะครับ อยากรู้มั้ยครับว่าผู้แต่งได้ให้ความหมายไว้อย่างไรกัน? และก็คำศัพท์แปลกๆอย่างเช่น คำที่เกี่ยวข้องกับ"ตากล้องที่ชอบถ่ายรูปคอสเพลย์" หรือคำที่สื่อถึงสัญลักษณ์แบบนี้ (^3^) น่าสนุกดีทีเดียวครับ
เจอกันเอนทรี่หน้าครับ (=O^^)=O=O(>_< )"ผัวะๆๆ <==(O{}o)==O=(- - *)ฉึก
Kageyama Hironobu ชะอุ๊ย พาดพิง ป๋าว่าไงนั้น
#1 By salemanbps on 2009-07-31 00:31