[Fanfiction] L.C.Wars ตอนที่2
posted on 20 Nov 2009 12:20 by masakiandou in Fanfictionณ. ภายในยานรบสีขาวขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างจากคามิโทอีสอยู่พอสมควร
" ขอรายงานครับผู้พัน " นายทหารใส่ชุดสีน้ำเงินวิ่งเข้ามารายงานข่าวให้แก่ผู้พันของเขาที่ดูเป็นคนสูงอายุราวๆ40-50
" หน่วยจิมที่เราได้ส่งออกไปบุก ตอนนี้ถูกทำลายหมดแล้วครับ "
" อืม พวกทหารเกรียน มันก็ได้แค่นี้เองสินะ " ผู้พันพูดพร้อมตีสีหน้าเข้ม
" จัดการส่งหน่วยรบพิเศษออกไป " ผู้พันสั่งเสียงเข้ม
ที่ห้องพักนักบินรวม
มีวัยรุ่นชายอายุราวๆ 15-16 อยุ่ 3 คน ซึ่งแต่ละคนใส่เครื่องแบบทหารสีน้ำเงินผมสั้นสีดำหมดซึ่งทั้ง 3 คนก็ นั่งเล่นเกม PSP อีกคนก็ฟังเพลงอนิเมะ และอีกคนก็นั่งอ่านโดจินชิอยู่
" ขณะนี้มีคำสั่งให้หน่วยรบพิเศษ ออกรบได้แล้วค่ะ " เสียงจากโอโปเรเตอร์ของยานประกาศไปทั่วยาน
" หืม..ได้เวลา ไปเก็บ lv แล้วสิเนี่ย " ชายที่เล่นเกม psp อยุ่ได้ปิดเครื่องแล้วพูดออกมา
ส่วนคนอื่นๆไม่ได้พูดอะไรออกมาเพียบแต่พวกเขากำลังอ่านโดจิน กับฟังเพลงอนิเมะ แล้วก็เดินไปเตรียมตัวใส่ชุดนักบิน
กลับมาที่ คามิโทลอีส
การต่อสู้ของแซ็คสีเขียวและกู๊ฟสีส้มนั่นเหนือชั้นมากจนทำให้มาซากิคิดในใจว่า ตูจะไปลุยกับพวกมันไหวได้ยังไงเนี่ย ดังนั้นเขาจึงคิดไม่ควรเข้าไปยุ่งกับพวกนั้นเด็ดขาดเลย..
ในขณะนั่นก็ได้มี เครื่องบินขนส่งส่งจิมลงมาอีกจำนวนนึง
" หา อะไรอีกละนั่น..! " มาซากิตกใจ
ปัง ๆๆๆๆๆ!!
จิมที่ถูกส่งลงมาพร้อมแมชชีนกันได้ระดมยิงไปที่เกสเพนส์ S ของมาซากิ แต่ดูเหมือนเกสเพนส์ S จะไม่ได้รับความเสียมากนัก
"มาถึงก็ใส่กันใหญ่เลย แต่กระสุนถั่วน่ะยิงไม่เข้าหรอกนะ หือหือ~ " มาซากิพูดพร้อมกับดีใจที่เกสเพนส์ S ดูไม่เสียมากนัก
" เอาไปซะพวกแก เมื่อกี้ทำชั้นเกือบตาย! " มาซากิขับเกสเพนส์ S วิ่งเข้าไปต่อยจิมตัวที่ยิงเขานั้น จนมันไม่สามารถขยับได้อีก
เปรี้ยง!! เปรี้ยง!! ส่วนจิมสไนเปอร์ได้ยิงสอยจิมจนเกือบหมดอย่างไม่ยากเย็น
ไทเนฟผิวปากในห้องนักบินของจิมตัวนั้น ท่าทางกำลังรู้สึกเหมือนเล่นเกมชู๊ตติ้งอยู่
" เรดาห์มีสัญญาณอะไรอีกนี่ " มาซากิพูดขึ้น
ทันใดนั้นเองบนท้องฟ้าก็ได้มีหุ่นยนต์รุปแบบมนุษย์สีขาวติดแบ๊คแพทกางร่มชูชีพ แล้วค่อยๆร่อนลงมา 2 เครื่องจนถึงพื้นแล้วก็ปลดแบ๊คแพคออก
"หุ่นรุ่นใหม่ล่าสุดของ กองทัพโลก!" มาซากิพูดด้วยความตกใจ
ในขณะนั้นเอง แซ็คสีเขียวก็ได้ผละจากการต่อสู้กับกู๊ฟสีส้มแล้วก็พูดขึ้นมา
" เจ้าพวกม้าไม้มันมาแล้วนี่หว่า เห็นทีข้าต้องไปก่อนละนะ " ชายที่ขับแซ็คสีเขียวพูดขึ้นมาพร้อมกับที่ได้ขับแซ็คสีเขียวของเขาให้ออกนอกบริเวณต่อสู้
" เดี๋ยว แกชื่อว่าอะไร? " ชายที่ถูกเรียกว่าเฟร์ยอาได้ถามชื่อคนขับแซ็คสีเขียว
" ตัวข้านั่นมีนามว่า การ์....การ์บาร่า " ชายที่ขับแซ็คสีเขียวได้ตอบกลับมาก่อนที่จะบินจากไป
หุ่นรบสีขาวที่ถูกส่งมาที่เบื้องหน้าเกสเพนส์ของมาซากิถึง 2เครื่อง ด้วยกันโดยที่ตัวนึงไม่ได้ถืออะไรมาเลยกับอีกตัวถือปืนแมทชีนกันกับโล่สีแดงขนาดกลางมา
" เฮ้ย ชั้นจัดการเจ้าตัวสีน้ำเงินนี่เองละกัน นายไปเล่นที่อื่นไป๊ " ชายที่ขับหุ่นสีขาวที่ไม่ได้ถืออะไรเลยที่แท้ก็คือ คนที่เล่นเกม psp นั่นเอง
" เอางั้นก็ตามใจ " คนที่ขับหุ่นสีขาวอีกตัวที่ถือโล่ก็คือ คนที่ฟังเพลงอนิเมะในยานรบสีขาว
หุ่นสีขาวที่ไม่ได้ถืออะไรเลย สักพักเกราะตรงช่วงขาทั้งข้างซ้ายและขวาก็เปิดออกพร้อมกับที่มีมีดเหล็กขนาดเล็ก 2อัน ออกมา
" คิดว่าอาวุธแค่นั้นจะทำอะไรเกสเพนส์ S ได้รึ " มาซากิคิดในใจพร้อมกับเกสเพนส์พุ่งเข้าไปสู้หุ่นสีขาวที่ถือมีดคู่นั้น
วูบ!! เกสเพนส์ S ได้ต่อยไปที่หุ่นสีขาวนั้น แต่มันก็หลบได้อย่างง่ายดาย
" เฮ้อ ให้มันได้อย่างงี้สิ " ชายในหุ่นสีขาวที่ถือโล่พูดด้วยท่าทางเซ็งๆ โดยที่เขาไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกจิมสไนเปอร์ ล๊อคเป้าจากทางด้านขวาอยู่
ปัง !!!! จิมสไนเปอร์ลอบยิงไปที่หุ่นสีขาวที่กำลังสู้กับเกสเพนส์ แต่หุ่นสีขาวอีกตัวที่มีโล่ก็หันมาพร้อมกับใช้โล่สีแดงกันกระสุนไว้ให้หุ่นสีขาวอีกตัวหนึ่งได้ทำให้ไทเนฟตกใจมาก
"บ้าจริง ตาไวชะมัด"ไทเนฟบ่น
" หืม มีหนูอยุ่อีกตัวรึนี่ " ชายในหุ่นสีขาวที่ถือโล่ พูดพร้อมกับบังคับหุ่นไปทางที่กระสุนยิงมา ทำให้จิมสไนเปอร์ของไทเนฟต้องหลบออกไปทางอื่น
ทันใดนั้นเอง ก็มีหุ่นยนต์ตัวกลมๆ ขาลีบ มีปืนกลติดตัวออกมาเป็นจำนวนมาก ออกมาเป็นกองหนุนให้คามิโทลอีส
" นั่นมัน Nx นี่ พวกเรามาแล้ว พวกแกไม่รอดแน่ " มาซากิพูดเหมือนว่าทัพตัวเองได้ชัยชนะแล้ว
ปังๆๆๆๆ พวก Nx ได้รุมยิงปืนกลใส่ หุ่นสีขาวที่ถือมีด แต่หุ่นสีขาวนั้นก็ได้อาศัยตึกเป็นที่กำบังเลยไม่โดนกระสุนสักนิด
ตูม!! ตูมมมม!! ตูม!! พวก Nx ก็ได้โดนยิงระเบิดไปตามๆกันอย่างนกกระจอกไม่ทันกินน้ำ
"โอ้โห.. กากชะมัด" มาซากิแทบอยากจะให้เกสเพนส์ไปกระโดดเตะมันแทน
หุ่นสีขาวอีก 1 ตัวที่อยู่นอกบริเวณเมืองได้ถือไรเฟิล ซุ่มยิง Nx จนระเบิดไปหลายตัว
" หึ มีแต่พวกขยะหมดเลยแฮะ " ชายที่ขับหุ่นสีขาวตัวนี้อยู่คือคนที่อ่านโดจินชินั่นเอง
เคร้ง!! เกสเพนส์ S ล้มลงกองกับพื้นเพราะโดนหุ่นสีขาวที่ถือมีดกระโดดเตะในทีเผลอ
" ไอ้นี่.. ก็เก่งหรือเนี่ย!?" มาซากิพูดขึ้น
ทันใดน้น กู๊ฟสีส้มก็บินมาด้วยความเร็วพร้อมกับใช้ดาบเลเซอร์ฟันไปทีหุ่นสีขาว แต่หุ่นสีขาวก็หลบการโจมตีนี้ไปได้ไม่ยากนัก ทำให้กู๊ฟอิกไนท์เสียจังหวะไป
"ตอบสนองไวดีนี่ แต่ว่า!"เฟรย์อาพูด
ฉัวะ!! จังหวะนั้นกู๊ฟสีส้มก็ได้หมุนตัวแล้วใช้แส้ความร้อนสูงฟาดไปที่มือขวาของหุ่นสีขาวจนแขนขวาขาดกระเด็นไป
"ยังไม่ไวพอนะ"เฟรย์อายิ้มที่มุมปาก
" หนอยแก! " ชายในหุ่นสีขาวพูดอย่างเจ็บแค้น
เปรี้ยง! กู๊ฟอิกไนท์คิดจะปิดบัญชีโดยการเอาดาบเลเซอร์ฟัน แต่ก็โดนยิงเข้าที่โล่ที่ไหล่จนเสียหลักไป
"ไอ้เจ้าพวกนี้!.."เฟรย์อาชะงัก
เคร้ง!! หุ่นสีขาวที่แขนขาดนั้นใช้จังหวะนี้ถีบกู๊ฟอิกไนท์กระเด็นออกแล้วเร่งบูสเตอร์หนีไป
"ไปเซฟเกมก่อนละเว้ย!!~"ชายในหุ่นตัวนั้นพูด
" เฮ้ย พวกเราถอยทัพก่อนละกัน! " ชายในหุ่นสีขาวที่ถือไรเฟิลสั่งการ พร้อมกับล่าถอยออกไป
ทัพของกองทัพโลกก็ถอยทัพกลับไปตามคำสั่งนั้น
"ยุทธวิธีล่าถอย พวกนี้ไม่ใช่มือสมัครเล่นแน่ๆ.."เฟรย์อาพูดออกมาเบาๆ
หลังจากที่ หุ่นยนต์สีขาว3ตัวสั่งให้พรรคพวกที่เหลืออยู่ ถอนกำลังออกไปจากคามิโทลอีส การต่อสู้ในคราวนี้ก็สงบลง
"บินกลับได้นี่หว่า...พวกนั้น"
มาซากิที่ออกมาจากค็อกพิทของเกสเพนส์ มองพวกที่ถอนกำลังไปอย่างงงๆ
ชายในชุดไพล็อตสูทสีส้มโหนตัวด้วยสายสลิงลงมาจากค็อกพิทของกู๊ฟสีส้ม และพูดขึ้น
"บินกลับได้นี่ก็หมายความว่ามียานรบหลักอยู่ไม่ไกล... และการที่อยู่ใกล้แค่นี้ และส่งกองกำลังสนับสนุนมาน้อย ก็แสดงให้เห็นว่า เมื่อกี๊เป็นไพ่ตายของกองทัพพวกมันแล้วสินะ"
"ที่นี่คงปลอดภัยได้ระยะหนึ่ง..."
ชายคนนั้นถอดหมวกนักบินออก และสะบัดเหงื่ออย่างสง่างามเผยให้เห็นหน้าตาที่จัดว่าใช้ได้ทีเดียว
มาซากิหันไปมองเขา
(หล่อ.. พวกเอสไพล็อตนี่ต้องหล่อกันทุกคนสินะ? ...คงเป็นคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้เก่งละมั้ง..)
มาซากินินทาเขาในใจ
ชายหน้าตาดีเดินมาแตะไหล่ของมาซากิ ดูเขาจะสูงกว่ามาซากิอยู่สักหน่อย
"อย่าสงสัยเลย ความเก่งกาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับหน้าตา แต่อยู่กับนี่ต่างหากล่ะ.."
ชายหน้าตาดีเอานิ้วชี้ไปที่ขมับของตัวเอง ก็หมายความว่า ให้ใช้สมองบ่อยๆ หรือเรียนรู้ให้มากขึ้นนั่นเอง
"นี่คุณรู้หรือไงว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่? คุณเป็นพวกนิวไทป์หรือไง?"
มาซากิปัดมือของชายหน้าตาดีออก
"เปล่าหรอก ทุกทีเวลาคนมองฉันก็ชอบพูดกันแบบนั้นแหละ ...แล้วก็ขอบใจสำหรับการชิงเจ้าเครื่องนี้คืนมาด้วยนะ"
ชายหน้าตาดีหมายถึง เกสเพนส์ไทป์S นี้
"ชิงคืนมา? พูดแบบนี้แสดงว่าคุณเป็นคนของค่ายทหารนี่ล่ะสิ?"มาซากิถาม
"ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง ฉันถูกส่งมาที่นี่วันนี้เพื่อทดสอบเจ้าเครื่องนี้เนี่ยแหละ"ชายหน้าตาดีตอบ
"หรือว่า คุณคือคนที่เขาเรียกกันว่า "อิกไนท์" สินะ"มาซากิกล่าวถึงชื่อหนึ่งขึ้นมา
"นั่นมันแค่ฉายา ชื่อของฉันคือ เฟรย์อา ส่วนอิกไนท์นั้นจริงๆมันคือชื่อของเจ้านี่ต่างหากล่ะ"
ชายหน้าตาดีหันไปทางกู๊ฟสีส้ม
"กู๊ฟ..อิกไนท์งั้นรึ?"มาซากิเรียกชื่ออย่างไม่คุ้นเคย
"แล้วก็ เจ้าหนูบนนั้นน่ะ เมื่อไรจะลงมาซะที"
เฟรย์อาเล็งปืนพกที่เขาพกติดตัวไปทางค็อกพิทของจิมสไนเปอร์ ที่ๆเด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่บ้างบนไม่ยอมลงมาซะที
"อ๊ะๆ อย่ายิงนะครับๆ ก็แค่เห็นคุยธุระอะไรกันอยู่ก็เลยไม่อยากลงไปขัดเท่านั้นเอง"
เด็กหนุ่มยกมือขึ้นแสดงท่าทางยอมจำนนโดยง่าย
"ยังเด็กอยู่อีกคนแล้วสิ.. เจ้าหนู เป็นโจรขโมยโมบิลสูทสินะ ฝีมือดีพอตัวนี่ ....ชื่ออะไรรึเจ้าหนู"เฟรย์อากล่าวชม
"ก็มันงานของผมนี่นา ชื่อของผมน่ะ..."เด็กหนุ่มกำลังจะตอบแต่ว่าก็ถูกขัดไว้ก่อน
"ไทเนฟ ...เจ้านั่นตอบผมมาแบบนั้นครับ"มาซากิพูดแทนไปก่อน
"หืม รู้จักกันแล้วรึ...?"เฟรย์อาถามมาซากิอย่างแปลกใจ
"เจ้านั่นช่วยผมไว้ครับ"มาซากิตอบตามตรง
"อ้อ งั้นเรอะ... มีบุญคุณกับกองทัพด้วยสินะ เอาล่ะลดมือลงได้แล้วเจ้าหนูไม่มีอะไรหรอก"
เฟรย์อาเหนี่ยวไกปืนให้ดู ปรากฏว่ามันดัง คลิกๆ เพราะไม่มีกระสุน
"นี่คุณหลอกผมยังงั้นหรือ?"ไทเนฟพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
"ฉันไม่ได้บอกสักหน่อยว่ามีกระสุน.. ปกติไม่ชอบพกของอันตรายติดตัวน่ะนะ นี่ก็พกไว้งั้นๆแหละ"
เฟรย์อาอมยิ้มเหมือนได้แกล้งเด็ก
"ยังไงซะ ก็ขอให้ตามมาด้วยกันก่อนนะ มีเรื่องจะคุยด้วย..."
แกร๊ก!! ไม่ทันขาดคำ ทหารจำนวนหนึ่งก็เข้ามาล้อมโมบิลสูทของทั้ง3คนเอาไว้
"แกเป็นใคร!?"ทหารคนหนึ่งพูดขึ้นและเล็งปืนไปทางเฟรย์อา ไทเนฟที่กำลังโหนสลิงลงมาจากจิมสไนเปอร์นั้นก็ยิ่งวางตัวไม่ถูก
"ใจเย็นๆก่อนสิครับจ่า! ผู้ชายคนนี้เขาไม่ใช่ศัตรูนะครับ"มาซากิพยายามพูดดักไว้ก่อน
"ทุกคน ลดปืน!"เสียงของชายวัยกลางคนเดินมาจากทางด้านหลังพร้อมกับเครื่องแบบเต็มยศ ทหารทั้งหมดลดปืนลงตามคำสั่ง
"ผู้บัญชาการ...."มาซากิตะเบ๊ะทำความเคารพ
"สวัสดี เฟรย์อา ไม่ได้เจอกันนานนะ.."ผู้บัญชาการวัยกลางคนทักทายเฟรย์อาอย่างคุ้นเคย แถมยังตะเบ๊ะให้ด้วย
"ไม่ต้องทำความเคารพผมหรอกครับ ตอนนี้ยศท่านเป็นผู้บัญชาการแล้ว สูงกว่าผมแล้วนะครับ"เฟรย์อาตะเบ๊ะคืนอย่างคุ้นเคย
"เอาน่าๆ เรียกผู้หมวดนิคโคล่าเหมือนเมื่อก่อนก็ได้ ฉันไม่ถือหรอก"ผู้บัญชาการวัยกลางคนตอบอย่างอารมณ์ดี
"...."ชาโลเม่ที่เดินตามพ่อมาด้วยแอบเกาะชายเสื้ออยู่ด้านหลังแล้วชะเง้อหน้าออกมามอง
(ยัยเด็กปากเสียนั่น!)
มาซากิสะดุ้งเฮือก
".. โตขึ้นเยอะเลยนะครับลูกของผู้หมวดนิคโคล่าเนี่ย.."เฟรย์อามองไปที่ชาโลเม่
"ป๊ะป๋า หนูเคยเจอเค้าหรือคะ?"ชาโลเม่มองค้อนๆไปที่หน้าพ่อ
"ตอนนั้นลูกยังเด็กมากเลยน่ะ คงจำไม่ได้หรอก..."นิคโคล่าหันมาตอบ
"ฮึมมม..."ชาโลเม่งอนแก้มบวม รู้สึกเหมือนกับพวกผู้ใหญ่คุยอะไรกันโดยที่เธอไม่รู้
"ยังไงซะ เข้าไปคุยกันข้างในก่อนดีกว่านะ"
นิคโคล่าเดินนำทุกคนไปที่ด้านในค่ายทหาร ทุกคนเดินตามไปด้วยโดยเลี่ยงไม่ได้
"....พังซะเละเทะเลย"
มาซากิมองข้างทาง ที่เป็นผลมาจากการต่อสู้เมื่อไม่นานมานี้ ยังคงเห็นเปลวไฟที่ลุกพรึ่บๆที่ทหารช่างกำลังช่วยกันดับไฟ และเห็นเถ้าถ่านที่มอดไหม้ไปแล้วบ้าง
ทั้งหมดเข้ามานั่งในอาคารหนึ่งที่ยังคงสภาพดี และไม่มีร่องรอยการถูกโจมตีแต่อย่างใด ทุกคนไปนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามกับนิคโคล่าหมดแล้วยกเว้นมาซากิที่ยืนอยู่ และชาโลเม่ที่ยืนกอดตุ๊กตากระต่ายอยู่
"มีอะไรรึ พลทหาร?"นิคโคล่ามองมาซากิที่ยังไม่เดินมานั่งที่โซฟาหรูๆกลางห้องที่ดูคล้ายๆกับห้องพักผ่อน
"ที่นี่มันห้องพักของนายทหารระดับชั้นประทวรขึ้นไปนี่ครับ ผม.. ไม่ควรเข้ามาที่นี่หรอก"
มาซากิทำหน้าเหมือนไม่สามารถรับเกียรตินี้ได้
"จะมาเคร่งครัดอะไรเล่าทีนี้.... ตอนนี้เหลือห้องที่ดีที่สุดก็ห้องนี้แล้วห้องอื่นไม่สามารถใช้การได้ บอกให้นั่งก็นั่งสิ เดี๋ยวเจอปั่นจิ้งหรีด 3000 ครั้งนะ"
ฟุ่บ! ทันใดนั้นมาซากิก็ไปปรากฏที่เก้าอี้โซฟาทันที!
"หึๆๆ เหมือนเมื่อก่อนเลยนะครับ"เฟรย์อาหัวเราะเบาๆกับท่าทีของนิคโคล่า
"อะไรล่ะ วินัยทหารมันก็ต้องยืดหยุ่นได้ตามสมควรแต่สถานการณ์บ้างสิ?"นิคโคล่าตอบง่ายๆ
(ไม่เหมือนผู้บัญชาการอย่างทุกทีเลย รู้สึกวิธีการพูดจาก็ไม่เคร่งครัดเท่าเดิมแฮะ) มาซากินึก ตาลุงนี่สร้างภาพหรือเปล่าฟะ...
"แล้วจะไม่แนะนำเจ้าหนูคนนั้นให้ฉันรู้จักหน่อยรึ?"นิคโคล่าหมายถึงไทเนฟ
"อ๋อ เขาชื่อไทเนฟ เป็นลูกน้องของผมเอง"เฟรย์อาตอบทันควัน
"เอ๋??"ไทเนฟงงกับคำตอบ แต่สิ่งที่ได้เห็นคือสายตาของเฟรย์อาที่เหลือบมองมา เหมือนกับจะบอกว่า"ถ้าไม่ตกลงล่ะก็จะแฉเรื่องที่เป็นโจรขโมยMS และคิดจะเข้ามาขโมยMSของที่นี่ซะ"
(แบบนี้มันมัดมือชกกันนี่หว่า...) ไทเนฟมองเฟรย์อาอย่างมี อคติ
"อ้อยังงั้นรึ ตกลงว่าหน่วยเหนือส่งมา2คนสินะ.."นิคโคล่าทำความเข้าใจใหม่
"เอาล่ะ เอาเป็นว่า ตกลงเธอหรือ เจ้าหนูไทเนฟ ที่จะทดลองขับเครื่องเกสเพนส์กันล่ะ?"นิคโคล่าตั้งคำถามขึ้นมา
"ผมคิดว่าไม่ครับ"ไทเนฟรีบตอบออกมาก่อนที่จะโดนมัดมือชกอีก
"ผมก็ไม่ล่ะครับ"เฟรย์อาก็ตอบแบบเดียวกัน
"อ้าว แล้วใครจะเทสต์เจ้าเครื่องนี้กันล่ะ?"นิคโคล่าถาม แต่คำตอบที่ได้รับก็คือ เฟรย์อากับไทเนฟชี้ไปที่มาซากิพร้อมกัน
"เขาได้ลองขับแล้วครับ เอาเป็นว่า เทสต์ไพล็อตก็ยกให้เขาไปก็แล้วกันครับ"เฟรย์อาอธิบายอย่างรวดเร็ว
"แต่ว่า นั่นมันเหตุบังเอิญนี่ครับ ถ้าคนอื่นอาจจะดีกว่าก็ได้"มาซากิพยายามบอกปัดไป
"แล้วได้ขับแล้วเป็นยังไงล่ะ...?"นิคโคล่าถาม
"ก็คิดว่ากำลังเครื่องและความแข็งแกร่งคงจะสูงกว่า ยูนิตรุ่น Nx นะครับ นอกนั้น ผมยังไม่เห็นอะไรที่พิเศษ"มาซากิตอบตามตรง
"ที่จริงเครื่องนั้นไม่มีอาวุธเพิ่มเติมแล้วนะ.. เพราะว่าการเสริมเกราะให้หนาขึ้นและคงสภาพการเคลื่อนไหวที่สูงอยู่ได้นั้น จำเป็นต้องลดน้ำหนักบรรทุกของอาวุธลงไป ผลก็คือไม่มีอาวุธเพิ่มเติมแล้วไงล่ะ"
นิคโคล่าอธิบาย
"เอาไว้เพื่อรบระยะประชิดแค่นั้นเหรอครับ?"มาซากิถามต่อ
"ใช่ แบบนั้นแหละ เพื่อเป็นแนวป้องกันระยะใกล้ให้กับ N-13"นิคโคล่าพูดต่อ
"แล้ว N-13 นี่ ตกลงมันคืออะไรเหรอครับ เท่าที่ผมได้ยินมา มันคงจะดีกว่ารุ่น Nx สินะครับ"มาซากิยิงคำถามแปลกๆออกมา
"มันก็แน่นอนอยู่แล้ว อีกเหตุผลนึงที่เธอต้องมาอยู่ที่นี่เฟรย์อา เธอต้องมาคุ้มกันโปรเจคที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์นี้"นิคโคล่ากล่าวขึ้น
ทั้งหมดในห้องต่างเงียบลง มีเพียงเสียงเดินของชาโลเม่ที่เดินมานั่งข้างๆพ่อเท่านั้น
"เงียบกันหมดเลยนะคะ"ชาโลเม่มองทุกคนงงๆ
"โปรเจคที่ว่านั่น ดำเนินการไปถึงไหนแล้วครับ?"เฟรย์อาถามขึ้นมา
"คิดว่า ยังไม่ถึง50%.. แต่ตอนนี้กำลังเร่งฝ่ายพัฒนาให้เร็วที่สุดอยู่"นิคโคล่าตอบ
"คือ.. เท่าที่ผมรู้มา ตอนนี้ที่นี่ตกเป็นเป้าสายตาจากกองกำลังทุกฝ่ายแล้ว ...เพราะข่าวเรื่องนี้นี่เอง"เฟรย์อามีสีหน้าเครียด
"ที่เมืองนี้ต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ ความจริงแล้วก็เพราะเรื่องนี้เองนั่นแหละ... เพราะฉะนั้น แค่กำลังของกองกำลังป้องกันตนเองในตอนนี้คงไม่เพียงพอแน่ๆ ดังนั้นฉันถึงได้เรียกตัวเธอมาจากหน่วยเหนือยังไงล่ะ"
นิคโคล่าอธิบาย
"แล้วจะต้องตั้งรับแบบนี้ไปอีกนานเท่าไรครับ?"เฟรย์อาถามคำถามที่รู้สึกจะเป็นที่สนใจของทุกคนในห้อง... ยกเว้นชาโลเม่
"จนกว่าจะเริ่มเคลื่อนย้าย N-13 ไปทดลองที่อื่นได้ ละมั้งนะ"นิคโคล่าตอบ
"ตกลง มันเคลื่อนย้ายได้หรือครับเนี่ย? ทั้งๆที่ยังไม่เสร็จก็ขนย้ายได้เหรอครับ?"มาซากิถาม
"อย่างน้อยๆ ก็ให้เหลือแต่การขับเคลื่อนหรือรายละเอียดปลีกย่อยก็คงจะขนย้ายไปค้นคว้าต่อที่อื่นได้น่ะ แต่ต้องค้นคว้าเรื่องพลังงานที่ใช้ให้เสร็จก่อน"นิคโคล่าอธิบายโดยละเอียด
"เข้าใจทั้งหมดละ.. เพราะเรื่องของพลังงานนี่เองที่ทำให้สนใจกันนัก"เฟรย์อาทำหน้าเข้าใจ
"เป็นคนที่วิเคราะห์อะไรได้รวดเร็วตามเคยนะ"นิคโคล่าก็ทำหน้าพอใจที่เฟรย์อาสามารถเข้าใจได้เร็วด้วย
ปล่อยให้มาซากิและไทเนฟนั่งงงกัน2คน พลังงานอะไรวะ? ทำไมไม่พูดต่อล่ะ?..
ทั้งหมดเงียบกันพักใหญ่ ในขณะที่ไม่มีใครเริ่มพูดอะไรออกมา เฟรย์อาก็เริ่มถามคำถามใหม่เพื่อทำลายบรรยากาศตึงเครียด
"แล้วภรรยาของผู้หมวดนิคโคล่า ปลอดภัยจากการโจมตีเมื่อสักครู่สินะครับ?"
"อา.. เท่าที่กองข่าวรายงานมา ในรายชื่อผู้สูญหาย บาดเจ็บ เสียชีวิต ทั้งหมดไม่มีรายชื่ออยู่ ได้ยินแค่นี้ก็เลยโล่งใจเลยล่ะ"
นิคโคล่าพูดด้วยสีหน้าเหมือนคนยกภูเขาออกจากอก
"แล้ว... หนูชาโลเม่ตอนนี้อายุเท่าไรแล้วล่ะ?"เฟรย์อาหันไปชวนชาโลเม่คุยบ้าง...
"10 ค่ะ.."ชาโลเม่ตอบมาแค่นั้น
"เมื่อก่อนตอนชาโลเม่เด็กๆ เฟรย์อายังเคยอุ้มขึ้นไหล่ด้วยนี่นะ หะๆ"นิคโคล่าเริ่มเล่าอดีต..
(เจ้านั่น แก่แล้วสินะ..)
ไทเนฟกับมาซากิมองนิคโคล่าแล้วนึกขึ้นมาเหมือนกันๆ
"ห๊า~ ว่ายังไงนะคะ? ..ป๊ะป๋าอ้ะ ทำไมปล่อยให้เค้าทำแบบนี้ล่ะคะ! ไม่คุยด้วยแล้วอ้ะ!!" ชาโลเม่หน้าแดงแป๊ด ไม่รู้ว่างอนจนโกรธหน้าแดงหรืออายกันแน่ ก็เลยเดินออกไปนอกห้อง..
"เด็กๆ..ก็แบบนี้ล่ะนะ อย่าไปถือสาเลยนะ"นิคโคล่าพูดต่อไป
"หะๆ ครับ.."เฟรย์อา เออ ออต่อไป
ไทเนฟพยายามมองตามาซากิเหมือนจะสื่ออะไรบางอย่าง
(เมื่อไรฉันจะได้ออกไปจากห้องนี้ฟะ แกรู้มั้ย?)
มาซากิมองกลับ
(ไม่รู้เฟ้ย ขืนเดินออกไปก็ปั่นจิ้งหรีด 3000 เด่ะ ใครจะกล้าฟะ!)
(แต่ฉันเบื่อฟังแล้วนะเฟ้ย!)
(คิดว่าฉันไม่เบื่อเรอะ!)
ดูเหมือนวงสนทนานี้ยังอีกยาว....
----------------------------------------------
คุยกันท้ายตอน
ทำไมตอนที่ 2 ออกมาเร็วฟ้าผ่าขนาดนี้!? ความจริงก็คือมันเป็นตอนที่หั่นออกมาจากเอนทรี่แล้วแล้วยังไม่ได้โพสท์เท่านั้นเอง (ฮา)
คนที่ไม่เคยดูกันดั้มมาก่อนแล้วก็คงจะงงกันใหญ่ มันเขียนอะไรของมัน
อธิบายสักนิดหนึ่ง..
หน่วยรบพิเศษของกองทัพโลกที่ปรากฏในตอนนี้ปล่อยโมมิลสูทสีขาวออกมา ความจริงท่าทางไม่ค่อยมีพิษสงมากนัก แต่ว่าตามที่ปรากฏนี้มันดูจะเป็นของที่เจ๋งที่สุดในกองทัพแล้ว
เจ้าตัวสีขาวนั้นคือ จิม II ธรรมดาๆแค่นั้นเอง แต่มีดเหล็กที่จิม II ตัวหนึ่งใช้อยู่นั่นคือ อาร์เมอร์ชไนเดอร์ ที่ดัดแปลงพิเศษให้เก็บไว้ที่ขาของจิม II ได้แบบเดียวกับสไตร์คนะครับ ส่วนอีกตัวก็เป็นโล่และจิมแมชชีนกัน และตัวที่ซุ่มอยู่ก็คือสไนเปอร์ไรเฟิล แบบเดียวกับที่จิมสไนเปอร์ของไทเนฟใช้ครับ
แซ็คสีเขียวที่โผล่มาช็อตเดียว นั้นก็แซ็ค I ธรรมดาๆเหมือนกัน การที่สู้กับกู๊ฟอิกไนท์ได้ก็แสดงว่านักบินมีฝีมือพอตัวด้วย จริงมั้ย?
ม้าไม้ที่การ์บาร่าพูดถึง เขาพูดถึงยานไวท์เบสที่กองทัพโลกขน MS มานะครับ
เกสเพนส์ ไทป์ S ที่มาซากิใช้นั้น ก็มาจาก SRW OG ซึ่งเป็นรุ่นที่เอาไว้รบระยะประชิดนั่นเอง แต่ในเรื่องนี้นั้นไม่มีอาวุธอย่างอื่นอยู่เลย(เป้านิ่งชัดๆ)
Nx เป็นออริจินอลยูนิตของฟิคเรื่องนี้ จะเรียกว่าเป็นโมมิลสูทหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ เพราะว่าเดิมทีแล้วบทของมันแค่สะดุดแบคทีเรียในอากาศก็ระเบิดแล้ว เรียกว่าเป็นตัวแจกแต้มให้ฝ่ายตรงข้าม หรือดัมมี่ถ่วงเวลาเท่านั้นเอง
N-13 คืออะไรสักอย่างที่ซ่อนอยู่ในฐานทัพแห่งนี้ มันสำคัญมากหรือไงนะ?
จะว่าไปนักบินที่ท่าทางกวนส้นๆ 3 คนนั้น ได้ไอเดียมาจากบลูคอสมอสของกันดั้มSEEDล่ะ ตอนนี้ก็ยังไม่มีบทมากนัก
แนะนำตัวละครที่ปรากฏ
ชื่อ - การ์บาร่า
เพศ - ชาย
อายุ - ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด
เรื่องที่ใกล้เคียง - Kidosenshi Gundam
เดิมทีแล้ว ตัวละครตัวนี้เคยถูกเรียกว่าตัวปริศนา เต็มไปด้วยปริศนา ไม่มีใครรู้รายละเอียด และดูเหมือนจะไม่ใช่พวกของใครทั้งสิ้น ที่รู้อย่างเดียวคือเขาชอบสีเขียว โมมิลสูทก็ต้องสีเขียว และถ้าจะให้ดี ดูเหมือนเขาจะชอบโมบิลสุทใต้น้ำมากที่สุด และเวลาออกรบ เขามักจะคาดผ้าโพกหัวสีเขียวเสมอ เป็นตัวละครที่ล้อเลียนเรื่องกันดั้มครับ
Credit ผู้แต่งดั้งเดิม - ยาม Garbara และก็เป็นตัวละครที่มาจากยูสเซอร์เนมของเขาด้วยครับ และไม่ต้องสนใจนะครับว่าทำไมเราถึงเรียกเขาว่ายาม (ฮา)